สารานุกรมไทย
สำหรับเยาวชน เมนู 19
เล่มที่ ๑๙
เรื่องที่ ๑ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เรื่องที่ ๒ พืชน้ำมัน
เรื่องที่ ๓ การถนอมผลิตผลการเกษตร
เรื่องที่ ๔ ม้า
เรื่องที่ ๕ แมลง
เรื่องที่ ๖ เครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
เรื่องที่ ๗ ศิลปการนับเบื้องต้น
เรื่องที่ ๘ ภูมิปัญญาชาวบ้าน
เรื่องที่ ๙ สารกึ่งตัวนำ
รายชื่อผู้เขียน

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ / เล่มที่ ๑๙ / เรื่องที่ ๒ พืชน้ำมัน / ทานตะวัน

ทานตะวัน
ทุ่งทานตะวัน
ทุ่งทานตะวัน

ภาพขยายใกล้ของจานดอกทานตะวัน
ภาพขยายใกล้ของจานดอกทานตะวัน
ทานตะวัน

ทานตะวันเป็นพืชน้ำมันสำคัญของหลายประเทศในเขตอบอุ่น ในปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ทั่วโลกผลิตเมล็ดทานตะวันได้ประมาณ ๑๗ ล้านตัน ประเทศที่ปลูกทานตะวันมาก ได้แก่ รัสเซีย สหรัฐอเมริกา และอาร์เจนตินา น้ำมันทานตะวัน เป็นน้ำมันที่มีคุณภาพสูง โดยมีน้ำมันไม่อิ่มตัวสูง กว่าร้อยละ ๙๐ จึงนิยมนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อบริโภคโดยเฉพาะ เช่น เนยเทียม น้ำมันสลัด และอาหารอีกหลายชนิด และขายได้ราคาสูงเป็นพิเศษ กากเมล็ดทานตะวัน หลังจากสกัดน้ำมันแล้ว จะมีโปรตีนร้อยละ ๓๐ - ๔๐ นำไปเป็นส่วนผสมของอาหารสัตว์ นอกจากนี้ยังนำเอาเมล็ดของทานตะวันพันธุ์ที่มีเปลือกบาง มาบริโภคเป็นของขบเคี้ยวเล่น

ทานตะวันมีถิ่นกำเนิดอยู่ในทางตะวันตก ของสหรัฐอเมริกา ชาวอินเดียนแดงได้เก็บเมล็ดมาบริโภคเป็นเวลานาน จนกระทั่งเมื่อ ๓๐๐ - ๔๐๐ ปีก่อน ได้นำทานตะวันไปปลูกเป็นไม้ดอก ในยุโรป และได้แพร่ไปถึงรัสเซีย นักวิทยาศาสตร์ ชาวรัสเซียได้ปรับปรุงพันธุ์ทานตะวัน เพื่อใช้เมล็ดสกัดน้ำมันได้สำเร็จ เมื่อประมาณร้อยปีที่ผ่านมา ทำให้การปลูกทานตะวันได้แพร่ขยายตัวออก ในเขตแห้งแล้ง (มีฝนตกต่ำกว่าปีละ ๖๐๐ มิลลิเมตร) ในเขตอบอุ่นทั่วทุกทวีป รวมถึงสหรัฐอเมริกา

ทานตะวันเป็นพืชล้มลุก (อายุต่ำกว่า ๑ ปี) อยู่ในวงศ์ Compositae เช่นเดียวกับดอกบัวตอง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Helianthus annus L. ลำต้นสูงประมาณ ๑ - ๓ เมตร ใบมีขนาดใหญ่ ปลายแหลม และขอบใบเป็นจักร ช่อดอกเป็นจาน ประกอบด้วยดอกขนาดเล็กจำนวนหลายร้อยดอก กลีบดอกรอบจานดอกมีสีเหลืองสวยงาม เนื่อง จากดอกทานตะวันไม่ผสมเกสรในต้นเดียวกันจึง ต้องอาศัยผึ้ง หรือแมลงบางชนิด นำละอองเกสร จากดอกอื่นมาช่วยผสม จึงจะได้เมล็ดที่สมบูรณ์ ทำให้เกิดมีอาชีพเลี้ยงผึ้งควบคู่ไปกับการปลูก ทานตะวันไปด้วยในทุกท้องที่

ปัจจุบันได้มีการส่งเสริมการปลูกทานตะวันเป็นการค้าในประเทศไทย ในจังหวัดทางภาคกลาง ในปลายฤดูฝ นและเกษตรกรได้รับรายได้ดี เชื่อว่าพื้นที่เพาะปลูกจะขยายตัวมากขึ้นในปีต่อๆ ไป
หัวข้อก่อนหน้า หัวข้อถัดไป