สารานุกรมไทย
สำหรับเยาวชน เมนู ๓๐
เล่มที่ ๓๐
เรื่องที่ ๑ ศิลปะการเห่เรือ
เรื่องที่ ๒ หอพระไตรปิฎก
เรื่องที่ ๓ ปราสาทขอมในประเทศไทย
เรื่องที่ ๔ กฎหมายตราสามดวง
เรื่องที่ ๕ ไม้ดอกไม้ประดับ
เรื่องที่ ๖ กล้วย
เรื่องที่ ๗ ปลากัด
เรื่องที่ ๘ คลื่นสินามิ
เรื่องที่ ๙ วัสดุการแพทย์
รายชื่อผู้เขียน

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ / เล่มที่ ๓๐ / เรื่องที่ ๗ ปลากัด / การเพาะพันธุ์ปลากัด

การเพาะพันธุ์ปลากัด


ปลากัดเพศผู้ที่มีความสมบูรณ์พร้อมเป็นพ่อพันธุ์
ปลากัดเพศผู้
ที่มีความสมบูรณ์พร้อมเป็นพ่อพันธุ์

ลูกปลากัดเกาะห้อยติดพรรณไม้น้ำใกล้ๆ หวอด
ลูกปลากัดเกาะห้อยติดพรรณไม้น้ำใกล้ๆ หวอด
การเพาะพันธุ์ปลากัด

ปลากัดเป็นปลาที่ผสมภายนอก และมีการสร้างรังโดยการก่อหวอดที่ประกอบด้วยฟองอากาศ ที่เกิดจากเมือกในปาก ปลากัดจะเจริญพันธุ์พร้อมที่จะผสมพันธุ์วางไข่ได้ตั้งแต่อายุ ๓ เดือนขึ้นไป อย่างไรก็ตาม พ่อแม่พันธุ์ที่จะใช้ผสมพันธุ์ควรมีอายุตั้งแต่ ๕ - ๖ เดือน ขึ้นไป ปลาเพศผู้ที่สมบูรณ์พร้อมเป็นพ่อพันธุ์ที่ดีควรมีลักษณะแข็งแรง ปราดเปรียว ชอบก่อหวอดสร้างรัง ปลาเพศเมียที่เป็นแม่พันธุ์ควรสมบูรณ์แข็งแรง ปราดเปรียว มีลักษณะท้องอูมเป่ง บริเวณใต้ท้องมีตุ่มสีขาวใกล้รูก้น เห็นได้ชัดเจน ตุ่มสีขาวนี้เรียก ไข่นำ นอกจากลักษณะกว้างๆ ดังกล่าว ผู้เพาะพันธุ์ปลากัดอาจเลือกพ่อแม่พันธุ์ที่มีสีสัน หรือลักษณะรูปทรงของครีบแบบต่างๆ เพื่อผสมให้ได้สีสัน และรูปทรงของลูกปลา ตามที่ต้องการ

เมื่อคัดปลาพ่อแม่พันธุ์ได้แล้ว ควรเอามาใส่โหล และวางโหลชิดกัน ให้ปลาพ่อแม่พันธุ์มองเห็นกันตลอดเวลา เพื่อเร่งไข่ให้เกิดการพัฒนาให้เร็วขึ้น วิธีนี้เรียกว่า การเทียบคู่ บริเวณที่ใช้เทียบควรปราศจากสิ่งรบกวน เวลาที่ใช้เทียบอาจประมาณ ๓ - ๑๐ วัน ขึ้นอยู่กับว่าปลาเพศเมียจะมีความสมบูรณ์เพศระดับไหน ซึ่งสังเกตได้จากบริเวณท้อง ที่อูมเป่ง เมื่อตัวเมียท้องอูมเป่งเต็มที่ นำปลาตัวผู้ และตัวเมีย มาใส่รวมกันในภาชนะ ที่เตรียมไว้สำหรับใช้ผสมพันธุ์ ซึ่งอาจเป็นภาชนะขนาดเล็ก เช่น ขันพลาสติก โหลแก้ว ตู้กระจก อ่างซีเมนต์ หรือโอ่งน้ำซึ่งขนาดพื้นที่ไม่ควรกว้างมากนัก เติมน้ำให้สูงจากก้นภาชนะ ๕ - ๑๐ เซนติเมตร ใส่พันธุ์ไม้น้ำที่ล้างสะอาดหรือใบไม้ เพื่อเป็นที่สำหรับก่อหวอดสร้างรังของปลา หากเป็นภาชนะขนาดเล็กที่ขอบไม่สูงมาก อาจต้องมีฝาปิดด้านบน เพื่อป้องกันปลากระโดด และป้องกันศัตรูปลา

ประมาณ ๑ - ๒ วันหลังจากนั้น ปลาตัวผู้จะเริ่มก่อหวอดสร้างรังติดกับพันธุ์ไม้น้ำหรือใบไม้ เมื่อสร้างหวอดเสร็จแล้ว ปลาตัวผู้จะแผ่พอง ไล่ต้อนปลาตัวเมียให้ไปอยู่ใต้บริเวณหวอด เมื่อปลาตัวเมียลอยตัวมาใต้ผิวน้ำบริเวณหวอด ปลาตัวผู้จะเข้ารัด โดยงอตัวประกบ รัดด้านล่าง ปลาตัวเมียก็จะปล่อยไข่ออกมา ขณะเดียวกันปลาตัวผู้จะฉีดน้ำเชื้อเข้าผสม ไข่จะค่อยๆ จมลงสู่ก้นภาชนะ และปลาตัวผู้จะว่ายตามลงไป ใช้ปากดูดอมไข่ไว้ทีละฟอง จนเต็มปาก จึงว่ายน้ำขึ้นไปพ่นติดไว้ที่หวอด แล้วว่ายขึ้นมาฮุบฟองอากาศ สลับกับการว่ายลงไปเก็บไข่ขึ้นมาพ่นไว้ที่หวอดจนหมด การรัดและวางไข่จะเกิดขึ้นหลายๆ ครั้ง จนตัวเมียวางไข่หมด แต่ละครั้งอาจทิ้งช่วงห่างกันตั้งแต่ ๑ -  ๒ นาที จนถึง ๗ - ๘ นาที ระยะเวลาในการผสมพันธุ์วางไข่อาจใช้เวลาตั้งแต่ ๑ - ๖ ชั่วโมง เมื่อการวางไข่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ตัวผู้จะไล่ต้อนตัวเมียให้ออกไปห่างจากรัง และทำหน้าที่ดูแลไข่เพียงลำพัง โดยปลาตัวผู้จะคอยเก็บไข่ที่หล่นจากรังกลับไปพ่นไว้ที่หวอด เมื่อสังเกตว่า ปลาตัวเมียวางไข่เสร็จแล้ว ให้ช้อนปลาตัวเมียออก เพื่อป้องกันตัวเมียกินไข่ ที่ผสมแล้ว จากนั้นปล่อยให้ปลาตัวผู้ดูแลไข่ต่อประมาณ ๒ วัน จึงแยกปลาตัวผู้ออก ลูกปลาจะฟักออกเป็นตัวในระยะเวลาประมาณ ๓๖ ชั่วโมง

ลูกปลาที่ฟักออกเป็นตัวใหม่ๆ จะเกาะอยู่ที่หวอด ในระยะนี้จะมีถุงอาหารติดตัวมาด้วย และจะใช้อาหารจากถุงอาหารนี้หมดในระยะเวลา ๓ - ๔ วัน ดังนั้นในช่วง ๓ - ๔ วันแรก จึงยังไม่จำเป็นต้องให้อาหาร หลังจากถุงอาหารยุบหมดแล้ว ลูกปลาจึงจะเริ่มกินอาหาร ซึ่งในระยะแรกต้องให้อาหารที่มีขนาดเล็ก เช่น ไข่แดงต้มสุกละลายน้ำ กรองผ่านตะแกรงตาถี่ หยดกระจายให้ลูกปลาวันละ ๑ ครั้ง หรืออาจให้โรติเฟอร์ ซึ่งเป็นสัตว์เซลล์เดียวขนาดเล็ก เป็นเวลาประมาณ ๓ - ๕ วัน จึงให้ไรแดงขนาดเล็ก ที่กรองคัดโดยใช้ตะแกรงตาถี่ ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นให้ไรแดงตัวเต็มวัย จนกว่าลูกปลาโต สามารถกินลูกน้ำได้ ในกรณีที่มีปัญหาในการหาไรแดง อาจใช้ไรสีน้ำตาล หรือไข่ตุ๋นแทนได้ ในการอนุบาล ถ้าเพาะปลาในภาชนะขนาดเล็ก ให้ย้ายไปอนุบาลในภาชนะขนาดใหญ่ โดยค่อยๆ เททั้งน้ำ และลูกปลา ลงไปในภาชนะที่เตรียมไว้อนุบาล ซึ่งอาจจะเป็นตู้กระจก อ่างดิน อ่างซีเมนต์ โอ่งน้ำ หรือถังไฟเบอร์ เพิ่มระดับน้ำวันละ ๓ - ๕ เซนติเมตร ใช้สายยางดูดตะกอนเศษอาหารออกเพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย จนประมาณ ๑๐ วัน จึงเปลี่ยนถ่ายน้ำ โดยเปลี่ยนประมาณ ๑ ใน ๔ ของน้ำทั้งหมด เมื่อลูกปลาอายุประมาณ ๑ ๑/๒ เดือน ก็สามารถแยกเพศได้ ให้คัดแยกปลาออกไปเลี้ยงเดี่ยว เพื่อป้องกันการกัดกัน ลูกปลาอาย ๑ เดือน จะมีขนาดลำตัวเฉลี่ยประมาณ ๑ เซนติเมตร และจะเพิ่มเป็นประมาณ ๓ เซนติเมตร ในเดือนที่ ๒
หัวข้อก่อนหน้า หัวข้อถัดไป