สารานุกรมไทย
สำหรับเยาวชน เมนู 4
เล่มที่ ๔
เรื่องที่ ๑ การเรืองแสงของสิ่งมีชีวิต
เรื่องที่ ๒ การหายใจ
เรื่องที่ ๓ ความสมดุลของของเหลวในร่างกาย
เรื่องที่ ๔ ไวรัส
เรื่องที่ ๕ ปรากฏการณ์ของอากาศ
เรื่องที่ ๖ ภูมิอากาศ
เรื่องที่ ๗ รถไฟ
เรื่องที่ ๘ การศาสนา
เรื่องที่ ๙ การต่างประเทศสมัยรัตนโกสินทร์
เรื่องที่ ๑๐ ลำดับพระมหากษัตริย์ไทย
รายชื่อผู้เขียน

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ / เล่มที่ ๔ / เรื่องที่ ๗ รถไฟ / บทนำ

บทนำ
ในปัจจุบันเส้นทางคมนาคม และขนส่งที่สำคัญมี ๓ ทาง คือ ทางน้ำ ทางบก และทางอากาศ ทางน้ำเราสามารถเดินทาง และขนส่งได้โดยเรือพาย เรือยนต์ หรือเรือเดินสมุทร ซึ่งใช้ติดต่อระหว่างประเทศหรือทวีป สำหรับทางบกในปัจจุบันนั้น ส่วนใหญ่นอกจากจะเดินทางและขนส่งโดยรถไฟแล้ว ยังสามารถเดินทาง และขนส่งโดยรถยนต์ได้อีกด้วย ส่วนทางอากาศ ใช้เครื่องบินเป็นยานพาหนะ
ทางรถไฟตัดผ่านไปในหุบเขาทาชมพูอันสวยงาม ในจังหวัดลำพูน
ทางรถไฟตัดผ่านไปในหุบเขาทาชมพูอันสวยงาม ในจังหวัดลำพูน
รถไฟเป็นยานพาหนะชนิดหนึ่งสร้างขึ้นด้วยเหล็กและไม้เป็นส่วนใหญ่ มีลักษณะเป็นคันยาวพ่วงต่อกันเป็นขบวนสั้นบ้าง ยาวบ้าง โดยมีรถจักรเป็นต้นกำลังทำการฉุดลากขบวนรถเหล่านั้นให้วิ่งไปบนรางเหล็ก ซึ่งวางขนานคู่กันไป โดยปกติ คันแรกจะเป็นคันที่มีกำลังเรียกว่า รถจักร เป็นตัวฉุดลากคันอื่นๆ ที่พ่วงอยู่ให้เคลื่อนที่ไป จะมีบ้างที่บางคัน มีเครื่องยนต์ในตัวเอง และสามารถวิ่งไปได้เองเช่นเดียวกับรถยนต์ เรียกกันว่า รถยนต์ราง แต่โดยทั่วไป เครื่องยนต์ที่ใช้ในรถดังกล่าวเป็นเครื่องยนต์ดีเซล จึงนิยมเรียกรถนี้ว่า รถดีเซลราง
รถไฟพาผู้โดยสารผ่านไร่นาและทุ่งเลี้ยงสัตว์
รถไฟพาผู้โดยสารผ่านไร่นาและทุ่งเลี้ยงสัตว์
การขนส่งโดยทางรถไฟนับว่าเป็นที่นิยมกันทั่วไป ทั้งนี้เพราะเป็นพาหนะ ที่สามารถบรรทุกของได้ครั้งละมากๆ ประหยัดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะการขนส่งในระยะทางไกลๆ และมีความปลอดภัยสูง เมื่อเทียบกับการขนส่งทางบกทางอื่น โดยเฉพาะทางถนน ได้แก่ รถยนต์ เป็นต้น
รถไฟในประเทศอังกฤษซึ่งเป็นต้นกำเนิด เขาเรียกว่า "Rail-way" ซึ่งแปลว่า ทางเหล็ก ก็เพราะเขาได้พิจารณาจากลักษณะของทางที่รถเคลื่อนไป ซึ่งทำด้วยเหล็กเส้นยาวๆ ที่มีความแข็งแรงวางเป็นคู่ขนานกันไป แล้วให้ล้อรถกลิ้งไปบนเหล็กขนานคู่นี้ โดยครั้งแรกใช้ม้าลากจูง แต่การที่คนไทยเรียกว่า "รถไฟ" นั้น ก็โดยพิจารณาจากลักษณะของรถจักรที่ลากจูง ซึ่งในระยะแรกเริ่มเป็นรถจักรที่ใช้กำลังไอน้ำ และไอน้ำจะเกิดได้ต้องใช้ไฟ ไปต้มน้ำให้เดือดเป็นไอ เราจึงเรียกกันว่า "รถไฟ"
รถไฟพาผู้โดยสารผ่านไร่นาและทุ่งเลี้ยงสัตว์
รถไฟพาผู้โดยสารผ่านไร่นาและทุ่งเลี้ยงสัตว์
ประโยชน์ของรถไฟที่เห็นเด่นชัดกว่าล้อเลื่อนประเภทอื่นก็คือ สามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้สูง และมีความฝืดในการเคลื่อนที่ต่ำ

ในการเดินทางโดยทางรถไฟนั้น ผู้โดยสารจะเห็นทิวทัศน์ที่แปลกตาและสวยงาม ของแต่ละภูมิภาค ทางรถไฟอาจจะผ่านไปตามทุ่งนา ป่า ภูเขา บางตอนจะวิ่งผ่านไป บนสะพานที่สร้างข้ามแม่น้ำ หรือเหวลึก และบางครั้งจะวิ่งลอดใต้อุโมงค์ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะก่อให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน และความตื่นเต้นแก่ผู้โดยสารมากกว่า การเดินทางโดยรถยนต์ ทั้งนี้เพราะถนนมักจะตัดผ่านแหล่งชุมนุมชนเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ผู้โดยสารมีโอกาสมองเห็นทิวทัศน์ตามธรรมชาติสองข้างทางได้น้อยกว่าทางรถไฟ
รถไฟพาผู้โดยสารผ่านไร่นาและทุ่งเลี้ยงสัตว์
รถไฟพาผู้โดยสารผ่านไร่นาและทุ่งเลี้ยงสัตว์
ในด้านความสะดวกสบาย ภายในตู้โดยสารของรถไฟจะมีเครื่องอำนวยความ สะดวกสบายพร้อมมูลสำหรับผู้โดยสาร เช่น มีพัดลม น้ำดื่ม น้ำใช้ ห้องสุขา ห้องอาบน้ำ และรถเสบียง สำหรับขายอาหารและเครื่องดื่ม นอกจากนั้น ผู้โดยสารยังสามารถพักผ่อนอิริยาบถได้อย่างเต็มที่ และสามารถนำสัมภาระติดตัวไปได้เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้เพราะในตู้โดยสารของรถไฟมีเนื้อที่กว้างขวางกว่ายานพาหนะชนิดอื่น สำหรับผู้โดยสารที่ต้องการความสะดวกสบายเพิ่มขึ้น และอยากพักผ่อนในระหว่างการเดินทางก็อาจเลือกเดินทางโดย ขบวนรถด่วนหรือรถเร็วที่มีบริการพิเศษ เช่น เดินทางในรถปรับอากาศที่มีที่นั่งสบาย มี พนักพิงเลื่อนได้ตามความต้องการ สามารถเอนลงนอนได้เมื่อต้องการพักผ่อน สำหรับการเดินทางระยะไกลๆ ผู้โดยสารจะนอนหลับผักผ่อนในเวลากลางคืนได้โดยเดินทางด้วย รถนั่งนอนหรือรถนอน และอาจเลือกบริการพิเศษขึ้นไปอีก เป็นต้นว่า เดินทางในรถ นอนที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศและแยกห้องเป็นส่วนสัดก็ได้
แผนที่แสดงเส้นทางของรถไฟ
แผนที่แสดงเส้นทางของรถไฟ
ในด้านการขนส่งสินค้า ตู้บรรทุกสินค้าของรถไฟสามารถบรรทุกได้ครั้งละมากๆ ในระยะทางไกลและปลอดภัย ดังนั้น รถไฟจึงเป็นที่นิยมของประชาชนนับตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงสมัยปัจจุบัน

นับตั้งแต่ปี ๒๔๓๙ อันเป็นปีที่เริ่มมีกิจการรถไฟเกิดขึ้นในประเทศไทย จนถึงปี ๒๕๑๕ นั้น ได้มีการสร้างทางรถไฟเป็นระยะทางทั้งสิ้น ๓,๘๕๕ กม. (เป็นทางคู่เฉพาะจาก สถานีกรุงเทพฯ ถึงสถานีชุมทางบ้านภาชีระยะทาง ๙๐ กม. นอกนั้นเป็นทางเดี่ยวทั้งสิ้น) และทางรถไฟสายแม่กลองมีระยะทาง ๖๕ กม. และมีสถานีกรุงเทพฯ หรือที่เรียกกันว่า สถานีหัวลำโพง เป็นศูนย์กลาง โดยมีทางรถไฟจากกรุงเทพฯ ไปสู่ปลายทางในภูมิภาค ต่างๆ ดังนี้

สายเหนือ
มีปลายทางที่จังหวัดเชียงใหม่
สายใต้ มีปลายทางที่สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส และที่ปาดังเบซาร์ จังหวัดสงขลา ซึ่งเชื่อมต่อกับการรถไฟมลายา ทำให้สามารถเดินทางต่อกันไปถึงประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ได้
สายตะวันออก มีปลายทางที่อรัญประเทศ จังหวัดปราจีนบุรี และสามารถเชื่อมต่อกับการรถไฟกัมพูชา  
สายตะวันออกเฉียงเหนือ มีปลายทางที่จังหวัดหนองคาย และจังหวัดอุบลราชธานี

นอกจากนี้ยังมีทางรถไฟสายสั้นๆ ในบริเวณชานเมืองกรุงเทพฯ ซึ่งไม่เชื่อมโยงกับ ทางสายใหญ่ คือ จัดบริการเดินรถรับส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้าอยู่ระหว่างสถานีธนบุรี ถึงสมุทรสาครและสมุทรสงคราม เรียกชื่อว่า "ทางรถไฟสายแม่กลอง" มีระยะทางรวม ทั้งสิ้น ๖๕ กม.

สิ่งที่จำเป็นสำหรับกิจการรถไฟ

ได้แก่

๑. ทางรถไฟ โดยทั่วไปหมายถึง ทางที่มีรางเหล็ก ๒ เส้น วางขนานกันบนไม้หมอน ที่มีหินรองรับ

๒. รถจักร
คือ รถที่มีกำลังขับเคลื่อนด้วยตัวเอง ออกแบบสร้างโดยมีวัตถุประสงค์ ให้สามารถลากจูงรถพ่วงจำนวนหนึ่งให้เคลื่อนที่ไปได้บนราง

๓. รถพ่วง
คือ รถที่ใช้บรรทุกคนโดยสารหรือสินค้า ที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ด้วยตัวเองได้ ต้องอาศัยแรงจากรถจักรมาฉุดลาก รถพ่วงแบ่งออกเป็น ๒ ชนิด โดยประเภท คือ

ก) รถโดยสาร คือ รถที่ใช้บรรทุกคนโดยสารจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ซึ่งภายในรถจะมีที่นั่ง และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ให้แก่ผู้โดยสารด้วย สำหรับการ เดินทางระยะไกลในตอนกลางคืนก็จะจัดที่นอนให้ด้วย เรียกว่า รถนอน

ข) รถสินค้า คือ รถที่ใช้บรรทุกสินค้าต่างๆ รวมทั้งสัตว์มีชีวิต รถบรรทุก น้ำมันขบวนยาวๆ ที่เราเห็นวิ่งไปมาบนทางอยู่เสมอ ก็จัดอยู่ในประเภทของรถสินค้า

๔. สถานีรถไฟ คือ สถานีสำหรับให้รถไฟจอดรับส่งผู้โดยสารและสินค้า รับรถพ่วง เข้าหรือตัดรถออกจากขบวน บางสถานีมีที่เติมน้ำและฟืนสำหรับรถจักรไอน้ำ และน้ำมัน เชื้อเพลิงสำหรับรถจักรดีเซล ตลอดจนมีเจ้าหน้าที่ตรวจความเรียบร้อยของขบวนรถ ทุกๆ สถานีมีเครื่องอาณัติสัญญาณในการให้ขบวนรถเข้าออกสถานีได้อย่างถูกต้อง และปลอดภัย สถานีมีอยู่ตามเส้นทางที่ขบวนรถผ่านทุกสาย และบางสถานีมีทางหลีกให้ขบวนรถไปมา หลีกกันได้ เพราะทางเกือบทั้งหมดเป็นทางเดี่ยว สถานียังแบ่งออกเป็นสถานีชั้น ๑ ถึงชั้น ๕ ขึ้นอยู่กับชุมนุมชน หรือความเจริญของภูมิภาคนั้นๆ
หัวข้อก่อนหน้าหัวข้อถัดไป