สารานุกรมไทย
สำหรับเยาวชน เมนู 9
เล่มที่ ๙
เรื่องที่ ๑ เรื่องของยา
เรื่องที่ ๒ สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา
เรื่องที่ ๓ วิธีการทางการแพทย์ในการควบคุมการเจริญพันธุ์
เรื่องที่ ๔ การทำแท้ง
เรื่องที่ ๕ การสาธารณสุข
เรื่องที่ ๖ โรคมะเร็ง
เรื่องที่ ๗ รังสีวิทยา
เรื่องที่ ๘ ฟันและเหงือกของเรา
เรื่องที่ ๙ เวชศาสตร์ชันสูตร
เรื่องที่ ๑๐ เวชศาสตร์ฟื้นฟู
เรื่องที่ ๑๑ นิติเวชศาสตร์
เรื่องที่ ๑๒ โภชนาการ
เรื่องที่ ๑๓ ยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท
รายชื่อผู้เขียน

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ / เล่มที่ ๙ / เรื่องที่ ๑ เรื่องของยา / สำหรับเด็กระดับกลาง

สำหรับเด็กระดับกลาง
ยา คือ วัตถุที่ใช้เพื่อให้มนุษย์หรือสัตว์หายจากอาการเจ็บไข้ได้ป่วย และทำให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์

สมัยโบราณเมื่อเกิดการเจ็บป่วย คนเราหาวิธีรักษาตัวเอง โดยสังเกตจากการรักษาตัวเองของสัตว์ และได้ใช้ส่วนของพืชและสัตว์ชนิดต่างๆ เป็นยา จนได้รู้จักยามากขึ้น
เดิมเราใช้ส่วนของพืชและอวัยวะสัตว์เป็นยา โดยไม่ได้ดัดแปลง ต่อมาเราได้พัฒนาความรู้ ความคิด ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้ และคิดหาวิธีการต่างๆ เพื่อผลิตยาจนสามารถทำการแยกได้ยาบริสุทธิ์ รู้สูตรโครงสร้าง สามารถสังเคราะห์ยาใหม่ ตลอดจนได้รู้จักคุณโทษของยา และการออกฤทธิ์ร่วมกันของยา ความรู้เหล่านี้นับเป็นความเจริญก้าวหน้า ซึ่งนำมาสู่การใช้ยาแผนปัจจุบัน
ในการผลิตยามีหลักใหญ่ๆ คือ ถ้าเป็นยาจากพืชต้องสืบสวนให้แน่นอนเสียก่อนว่าพืขนั้นสามารถรักษาโรคได้จริง ส่วนไหนของพืชที่มีแก่นยามากที่สุด นำมาแยกด้วยขบวนการทางฟิสิกส์ และเคมีจนได้ยาบริสุทธิ์ จัดการหาสูตรโครงสร้าง แล้วสังเคราะห์ขึ้นใหม่เลียนแบบยาธรรมชาติ หรือแยกแก่นยาบริสุทธิ์จากพืขโดยตรง แล้วแต่ว่าวิธีใดได้ผลดีที่สุด และสิ้นเปลืองรายจ่ายน้อยที่สุด สำหรับยาแผนปัจจุบัน เมื่อได้ยาที่บริสุทธิ์แล้ว ต้องนำมาทดสอบทางสรีวิทยาว่า มีผลอย่างไรต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย ตรวจสอบผลทางเภสัชวิทยาว่า มีข้อดีอย่างไรต่อร่างกาย ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของยาในร่างกาย รวมทั้งการทำลาย และการขับถ่ายออกจากร่างกาย การทดสอบผลเสียของยานั้น ทำในสัตว์ทดลอง เช่น หนูถีบจักร กระต่าย สุนัข อาจใช้สัตว์ทั้งตัวหรือเพียงอวัยวะบางส่วน ในการทดลองศึกษาผลเสียของยาที่อาจมีต่อสัตว์ที่กำลังท้อง ระยะให้นมลูก ลูกอ่อนในท้อง รวมทั้งการทำใหื้เกิดมะเร็ง ทั้งระยะปัจจุบัน และระยะยาว อาจต้องใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ เช่น ฟิสิโอกราฟ โครมาโตกราฟี สเปกโทรโฟโตมิเตอร์ และสมองกลร่วมด้วย

ยาเป็นเสมือนดาบสองคม คือ ให้คุณเมื่อใช้ถูก และให้โทษเมื่อใช้ผิด อันตรายจากยาเกิดจากสาเหตุหลายประการ เช่น เกิดจากตัวยาเอง ความแตกต่างในตัวผู้ใช้ ซึ่งมีปฏิกิริยาต่อยาผิดปกติ หรือเกิดจากการใช้ยาไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ ยาแต่ละชนิดมักมีผลเสียในตัวเองไม่มากก็น้อย แม้จะใช้ในขนาดรักษา เช่น ยาแก้อาการแพ้ทำให้ง่วงนอน ยาแก้ปวดลดไข้ระคายกระเพาะอาหาร และลำไส้ การใช้ยาหลายขนานร่วมกัน อาจเสริมฤทธิ์กัน หรือเกิดผลเสียมากขึ้น ระหว่างใช้ยาอาจต้องระวังอันตรายจากอาหาร และเครื่องดื่ม เช่น การใช้ยาลดความดันโลหิดสูงร่วมกับการบริโภคเนยแข็ง หรือกล้วยหอม ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง จนถึงขั้นอันตรายได้ ยาบางชนิดสะสมในร่างกายได้ เมื่อใช้ขนาดมาก หรือใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน เช่น ยานอนหลับ
ยาไม่ได้มาตรฐาน ยาหมดอายุ หรือยาเสื่อมคุณกภาพก่อโรคแทรกซ้อนได้ บางรายได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต จึงไม่ควรกินยาเหล่านี้
ดังนั้นผู้ใช้ยาควรปรึกษาแพทย์ และใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อมิให้เกิดความผิดพลาดขึ้นได้
หัวข้อก่อนหน้า หัวข้อถัดไป