สารานุกรมไทย
สำหรับเยาวชน เมนู 9
เล่มที่ ๙
เรื่องที่ ๑ เรื่องของยา
เรื่องที่ ๒ สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา
เรื่องที่ ๓ วิธีการทางการแพทย์ในการควบคุมการเจริญพันธุ์
เรื่องที่ ๔ การทำแท้ง
เรื่องที่ ๕ การสาธารณสุข
เรื่องที่ ๖ โรคมะเร็ง
เรื่องที่ ๗ รังสีวิทยา
เรื่องที่ ๘ ฟันและเหงือกของเรา
เรื่องที่ ๙ เวชศาสตร์ชันสูตร
เรื่องที่ ๑๐ เวชศาสตร์ฟื้นฟู
เรื่องที่ ๑๑ นิติเวชศาสตร์
เรื่องที่ ๑๒ โภชนาการ
เรื่องที่ ๑๓ ยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท
รายชื่อผู้เขียน

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ / เล่มที่ ๙ / เรื่องที่ ๑๒ โภชนาการ / โรคเหน็บชา

โรคเหน็บชา
โรคเหน็บชา

ผลจากการขาดวิตามินบีหนึ่ง


วิตามินบีหนึ่ง ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน เกิดเป็นกำลังงาน ทำให้สามารถประกอบกิจวัตรประจำวันได้ ช่วยในการสังเคราะห์สารเคมี ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างกรดนิวคลีอิกและกรดไขมัน และมีส่วนสำคัญในการทำงานของระบบประสาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการนำกระแสความรู้สึกของเส้นประสาท เมื่อร่างกายขาดวิตามินบีหนึ่ง จะทำให้การทำงานของระบบทางเดินทางแปรปรวนไปจากปกติ และถ้ารุนแรงมากขึ้น จะมีอาการแสดงของโรคเหน็บชา ซึ่งแตกต่างกันได้ตามอายุของผู้ป่วย
ผู้ป่วยบวมเนื่องจากการขาดวิตามินบีหนึ่ง
ผู้ป่วยบวมเนื่องจากการขาดวิตามินบีหนึ่ง
โรคเหน็บชาในเด็กเล็ก

ช่วงอายุที่พบบ่อยที่สุด คือ ๒-๖ เดือน มักเป็น เด็กที่กินนมแม่ และแม่ขาดวิตามินบี๑ เด็กอาจ มีอาการเด่นทางหัวใจ คือ หอบ เหนื่อย หัวใจเต้นเร็ว และเขียว ถ้าไม่ได้รับการรักษาจะถึงแก่กรรมได้ภายใน ๒-๓ ชั่วโมง เด็กอาจมีอาการเด่นทางระบบประสาท คือ เสียงแหบ เวลาร้องไม่มีเสียง อาจมีหนังตาบนตก กลอกลูกตาไปมา มือเท้าเคลื่อนไหวโดยไม่ตั้งใจ

ผู้ป่วยบวมเนื่องจากการขาดวิตามินบีหนึ่งภายหลังได้รับการรักษาโดยการให้วิตามินบีหนึ่งผู้ป่วยบวม เนื่องจากการขาดวิตามินบีหนึ่ง ภายหลังได้รับการรักษา โดยการให้วิตามินบีหนึ่ง

โรคเหน็บชาในเด็กโตหรือผู้ใหญ่

เด็กโตหรือผู้ใหญ่ที่เป็นโรคเหน็บชา จะมีอาการชาที่ปลายมือ และปลายเท้า และเป็นเหมือนกันทั้งสองข้าง กล้ามเนื้อของแขนและขาไม่มีกำลังผู้ป่วยบางรายนอกจากมีอาการชาแล้ว ยังมีอาการบวมร่วมด้วย ถ้าเป็นมากจะมีหัวใจโตและเต้นเร็ว หอม เหนื่อย และถึงแก่กรรมได้ถ้าไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที

สาเหตุของโรคเหน็บชา

สาเหตุสำคัญที่ทำให้คนไทยเป็นโรคเหน็บชาเกิดจากการกินอาหารที่ให้วิตามินบีหนึ่งไม่พอ ชาวไทยส่วนใหญ่กินข้าวที่ขัดสีแล้ว เป็นอาหารหลัก ข้าวที่ขัดสีมีวิตามินบีหนึ่งอยู่น้อย มิหนำซ้ำการซาวข้าว และหุงข้าวแบบเช็ดน้ำ จะทำให้สูญเสียวิตามินบีหนึ่งไปอีก ส่วนอาหารที่ให้วิตามินบีหนึ่งมาก คือ เนื้อสัตว์และถั่วเมล็ดแห้งก็กินน้อย นอกจากนี้ ถ้ากินสารทำลายวิตามินบีหนึ่งเป็นประจำ ยิ่งซ้ำเติมให้เป็นโรคเหน็บชาได้ไวขึ้นสารทำลายวิตามินบีหนึ่งนี้แบ่งได้เป็น ๒ พวก คือ พวกที่ไม่ทนต่อความร้อน ได้แก่ เอนไซม์ไธอะมิเนส (thaiaminase) ซึ่งมีอยู่ในปลาน้ำจืด หอยลายและปลาร้าส่วนอีกพวกหนึ่ง เป็นสารที่ทนต่อความร้อน พบได้ทั้งในปลาน้ำจืดและปลาน้ำเค็มหลายชนิด ใบชา ใบเมี่ยง หมาก และผักบางชนิด

เด็กที่อยู่ในวัยเจริญเติบโต หญิงมีครรภ์ หญิงให้นมลูก ผู้ใช้กำลังงานมาก เช่น นักกีฬา กรรมกร ชาวนา ภาวะที่เกิดโรคติดเชื้อ ภาวะที่มีไข้สูง โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ล้วนมีความต้องการวิตามินบี๑ มากขึ้น จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคเหน็บชาได้ง่าย นอกจากนี้ ผู้ดื่มเหล้าเป็นประจำจะขาดวิตามินบี๑ ได้ง่าย เช่นกัน

การป้องกัน

โรคเหน็บชาไม่ใช่โรคที่เกิดจากความอดอยาก หากแต่เกิดเพราะการรับประทานอาหารไม่ถูกสัดส่วน การป้องกันอาจทำได้ โดยส่งเสริมให้กินอาหารที่มีวิตามินบี๑ สูง เช่น เนื้อหมู ถั่วเหลือง ผู้ที่ดื่มน้ำชา หรือเคี้ยวใบเมี่ยงเป็นประจำ ถ้าเลิกได้เป็นการดีที่สุด ถ้าทำไม่ได้ก็ดื่มน้ำชาหรือเคี้ยวใบเมี่ยงให้น้อยลง และ ควรทำในระหว่างมื้ออาหาร ผู้ที่ชอบกินปลาร้าดิบ ควร เปลี่ยนเป็นต้มให้สุกเสียก่อน เลิกดื่มเหล้าเป็นประจำ เวลาเกิดการเจ็บป่วยก็ไม่อดของแสลง ทั้งๆ ที่อาหารเหล่านั้น มีคุณค่าทางโภชนาการ การหุงต้มทุกชนิดควร ใช้น้ำแต่พอประมาณ เช่น ควรหุงข้าวแบบไม่เช็ดน้ำ ส่งเสริมให้กินข้าวซ้อมมือ และรัฐควรวางมาตรฐานการสีข้าวของโรงสีต่างๆ เพื่อสงวนคุณค่าของวิตามิน บี๑ ไว้
หัวข้อก่อนหน้า หัวข้อถัดไป