สารานุกรมไทย
สำหรับเยาวชน เมนู 9
เล่มที่ ๙
เรื่องที่ ๑ เรื่องของยา
เรื่องที่ ๒ สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา
เรื่องที่ ๓ วิธีการทางการแพทย์ในการควบคุมการเจริญพันธุ์
เรื่องที่ ๔ การทำแท้ง
เรื่องที่ ๕ การสาธารณสุข
เรื่องที่ ๖ โรคมะเร็ง
เรื่องที่ ๗ รังสีวิทยา
เรื่องที่ ๘ ฟันและเหงือกของเรา
เรื่องที่ ๙ เวชศาสตร์ชันสูตร
เรื่องที่ ๑๐ เวชศาสตร์ฟื้นฟู
เรื่องที่ ๑๑ นิติเวชศาสตร์
เรื่องที่ ๑๒ โภชนาการ
เรื่องที่ ๑๓ ยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท
รายชื่อผู้เขียน

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ / เล่มที่ ๙ / เรื่องที่ ๒ สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา / โรคเฉพาะของหญิง

โรคเฉพาะของหญิง
โรคเฉพาะของหญิง

โรคเฉพาะของหญิง หมายถึงโรคต่างๆ ของอวัยวะ สืบพันธุ์หญิง ได้แก่ โรคของอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก ช่องคลอด ปากมดลูก ตัวมดลูก รังไข่ และท่อนำไข่

วัยของหญิง


วัยของหญิงอาจแบ่งคร่าวๆ ออกได้เป็น ๓ วัย ด้วยกัน คือ

๑. วัยเด็ก
๒. วัยเจริญพันธุ์
๓. วัยหมดประจำเดือน

วัยเด็ก เป็นวัยที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโต รังไข่ไม่ทำงาน คือ ยังไม่หลั่งฮอร์โมน อวัยวะของระบบ สืบพันธุ์ยังไม่เจริญ

วัยเจริญพันธุ์ จะเริ่มต้นตั้งแต่วัยรุ่น หรือวัย แตกเนื้อสาว นอกจากร่างกายเจริญเติบโตจนเต็มที่แล้ว ต่อมใต้สมองรวมทั้งรังไข่ จะเริ่มทำหน้าที่หลั่งฮอร์โมน ทำให้อวัยวะต่างๆ ของระบบสืบพันธ์หญิงเจริญขึ้น เช่น มีเต้านมโต มีขนขึ้นที่บริเวณหัวหน่าว และรักแร้ จิตใจเปลี่ยนแปลงไป รู้จักอาย เริ่มสนใจเพศตรงข้าม และที่สำคัญก็คือ จะเริ่มมีประจำเดือน รังไข่ทำหน้าที่เต็มที่ มีไข่สุกตกจากรังไข่ประมาณวันกลางรอบประจำเดือน เยื่อบุมดลูกจะมีการเปลี่ยนแปลง เตรียมพร้อมที่จะให้ไข่ที่ถูกผสมแล้ว สามารถฝังตัวได้ ถ้าไข่ไม่ถูกผสม ไม่มีการฝังตัวก็จะฝ่อไป เกิดภาวะไม่ สมดุลของฮอร์โมนทำให้เยื่อบุมดลูกสลายตัว เกิดมีเลือดประจำเดือนออกมา วัยนี้จะเป็นวัยที่สามารถให้ กำเนิดบุตรได้ มีระยะเวลาประมาณ ๓๕ ปี

วัยหมดประจำเดือน
เริ่มตั้งแต่อายุประมาณ ๔๕-๕๐ ปี เป็นวัยที่อวัยวะสืบพันธุ์หมดความสามารถ ที่จะสืบพันธุ์ได้ รังไข่ทำหน้าที่น้อยลง ผลิตฮอร์โมนน้อยลง อวัยวะสืบพันธุ์เริ่มเหี่ยวแห้งไม่มีไข่สุกตกอีก เลือดประจำเดือนอาจมามาก มาน้อย มาช้า มาเร็ว แล้ว ค่อยๆ ห่างไปจนไม่มีในที่สุด และผ่านเข้าสู่วัยชรา

เนื่องจากวัยนี้เป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงของ ระบบฮอร์โมนของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฮอร์โมนของรังไข่ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ มีอารมณ์ หงุดหงิดฉุนเฉียว ใจน้อย โกรธง่าย อาจมีเหงื่อออกมา ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย รู้สึกร้อนวูบวาบตามผิวหนัง อาการต่างๆ เหล่านี้จะใช้ เวลาประมาณ ๑-๒ ปี แต่บางคนอาจไม่มีอาการอะไร เลยก็ได้

ประจำเดือนผิดปกติ


อาจแบ่งออกได้ดังนี้

๑. ความผิดปกติเกี่ยวกับระยะเวลาของรอบประจำเดือน

ได้แก่

(๑) ประจำเดือนมาช้ากว่าปกติ หมายถึง รอบประจำเดือนนานเกินกว่า ๓๕ วัน แต่ไม่ถึง ๓ เดือน
(๒) ประจำเดือนมาเร็วกว่าปกติ
หมายถึงรอบประจำเดือนสั้นกว่า ๒๑ วัน
(๓) ประจำเดือนขาด หมายถึงไม่มีประจำเดือนมานานเกินกว่า ๓ เดือน ในวัยเจริญพันธุ์มีสาเหตุลายอย่าง บางอย่างก็ไม่ต้องให้การรักษา เช่น การตั้งครรภ์ การอยู่ในระยะให้นมบุตร การทำงานผิดปกติของรังไข่และหรือต่อมใต้สมองที่มาควบคุมการทำงานของรังไข่และเยื่อบุมดลูก ความผิดปกติแต่กำเนิดของอวัยวะสืบพันธุ์ (เช่น ไม่มีมดลูก เป็นต้น) สุขภาพทรุดโทรมมาก หรือเจ็บป่วยเรื้อรัง (เช่น เป็นวัณโรค โรคไต เป็นต้น) หรือขาดอาหาร ผ่าตัดเอามดลูกออกแล้ว และภายหลังการรักษาโรคบางย่างด้วยรังสี (เช่นการรักษามะเร็งปากมดลูก) เป็นต้น

๒. ความผิดปกติเกี่ยวกับจำนวนเลือดที่ออก ได้แก่

(๑) เลือดประจำเดือนออกน้อยกว่าปกติ อาจเกิดจากความผิดปกติของเยื่อบุมดลูก หรือการกินยาเม็ดคุมกำเนิด
(๒) เลือดประจำเดือนออกมากผิดปกติ จนอาจเรียกได้ว่า ตกเลือด เกิดจากการบีบรัดตัวของมดลูกไม่ดีพอที่จะทำให้เลือดหยุด เช่น มีเนื้องอกของมดลูก เป็นต้น

๓. การปวดประจำเดือน


หมายถึง การปวดท้องน้อยขณะมีประจำเดือน อาจปวดเพียงเล็กน้อย หรือปวดมาก จนทำงานไม่ได้

โรคเฉพาะของหญิงจำแนกออกได้ ดังนี้

๑. ความผิดปกติแต่กำเนิดของอวัยวะสืบพันธุ์
๒. การมีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด
๓. การอักเสบและโรคติดเชื้อของอวัยวะสืบพันธุ์
๔. กะบังลมหย่อน
๕. ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่
๖. เนื้องอกของอวัยวะสืบพันธุ์
๗. นรีเวชวิทยาในเด็ก
หัวข้อก่อนหน้า หัวข้อถัดไป