พัฒนาการของละครชาตรี - สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ
 
สารานุกรมไทย
สำหรับเยาวชน  เมนู 36
เล่มที่ ๓๖
เรื่องที่ ๑ มัสยิด
เรื่องที่ ๒ ละครชาตรี
เรื่องที่ ๓ เกวียน
เรื่องที่ ๔ ทองคำ
เรื่องที่ ๕ มะคาเดเมีย
เรื่องที่ ๖ หุ่นยนต์
เรื่องที่ ๗ แอนิเมชัน
เรื่องที่ ๘ โรคมาลาเรีย
เรื่องที่ ๙ โรคไต
รายชื่อผู้เขียน

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ / เล่มที่ ๓๖ / เรื่องที่ ๒ ละครชาตรี / พัฒนาการของละครชาตรี

 พัฒนาการของละครชาตรี
พัฒนาการของละครชาตรี

กรมศิลปากรได้พัฒนาและปรับปรุงละครชาตรีจนแตกต่างจากละครชาตรีแก้บนทั่วๆ ไป คือ เปลี่ยนรูปแบบเป็นละครชาตรีเครื่องใหญ่ โดยองค์ประกอบที่ได้รับการปรับปรุงขึ้นใหม่ เช่น บทละคร การรำ ยกตัวอย่างเรื่อง “มโนราห์” เป็นละครชาตรีที่แสดงบนเวทีโรงละครขนาดใหญ่ มีการแบ่งบทเป็นองก์ แต่ละองก์มีการเปิดและปิดม่าน เพื่อเปลี่ยนฉากแบบสมจริง เรียงเป็นลำดับตามท้องเรื่อง ได้แก่
การแสดงละครชาตรีของกองการสังคีต กรมศิลปากร เรื่อง "มโนราห์" ตอนพระสุธนเลือกคู่ ใน พ.ศ. ๒๔๙๘
การแสดงละครชาตรีของกองการสังคีต กรมศิลปากร เรื่อง "มโนราห์" ตอนพระสุธนเลือกคู่ ใน พ.ศ. ๒๔๙๘
องก์ที่ ๑ เป็นการเปิดฉากที่อลังการตามแบบละครโรงใหญ่ คือ ฉากสระโบกขรณี เป็นฉากที่นางกินรีทั้งเจ็ดบินมา แล้วถอดปีกหางลงเล่นน้ำ และพรานบุญจับนางมโนราห์ไว้ได้ นำตัวไปถวายพระสุธน ผู้แสดงเป็นพรานบุญแสดงบทพูด บทร้อง และรำคล้ายบทพรานของการแสดงโนรา 
การแสดงละครชาตรีของกองการสังคีต กรมศิลปากร เรื่อง "มโนราห์" ตอนเดินป่า ใน พ.ศ. ๒๔๙๘
การแสดงละครชาตรีของกองการสังคีต กรมศิลปากร เรื่อง "มโนราห์" ตอนเดินป่า ใน พ.ศ. ๒๔๙๘
องก์ที่ ๒ พระสุธนยกทัพไปปราบจลาจลที่ชายแดน ตามคำทำนายอย่างมีเลศนัยของปุโรหิต มีฉากตรวจพลและยกทัพ ซึ่งเป็นฉากที่คิดขึ้นใหม่

การแสดงละครชาตรีของกองการสังคีต กรมศิลปากร เรื่อง "มโนราห์" ตอนมโนราห์บูชายัญ ใน พ.ศ. ๒๔๙๘ การแสดงละครชาตรีของกองการสังคีต กรมศิลปากร เรื่อง "มโนราห์" ตอนมโนราห์บูชายัญ ใน พ.ศ. ๒๔๙๘

องก์ที่ ๓ พระสุธนไปลานางที่ตำหนัก 

องก์ที่ ๔ ท้องพระโรง เมื่อปุโรหิตแจ้งข่าวว่า พระสุธนจะได้รับอันตราย และทูลขอให้ท้าวอาทิตยวงศ์พระบิดาพระสุธน บูชายัญนางมโนราห์ 
การแสดงละครอิงพงศาวดาร เรื่อง "ศรีธรรมาโศกราช" โดยคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิททยาลัย
การแสดงละครอิงพงศาวดาร เรื่อง "ศรีธรรมาโศกราช" โดยคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิททยาลัย
องก์ที่ ๕ หน้าวัง นางมโนราห์ทูลขอปีกหาง เพื่อรำบูชายัญถวาย ก่อนกระโดดเข้ากองไฟ แต่แล้วนางก็บินหนีกลับไปยังเขาไกรลาศ การรำมโนราห์บูชายัญเป็นการประดิษฐ์ชุดรำใหม่ทั้งเพลงและท่ารำ
การแสดงละครอิงพงศาวดาร เรื่อง "ศรีธรรมาโศกราช" โดยคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิททยาลัย
การแสดงละครอิงพงศาวดาร เรื่อง "ศรีธรรมาโศกราช" โดยคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิททยาลัย
องก์ที่ ๖ พระสุธนเดินทางตามไปหานางมโนราห์และพบพระฤษีบอกทางให้ 

องก์ที่ ๗ ท้องพระโรงเขาไกรลาศ พระสุธนไปถึงเขาไกรลาสเข้าเฝ้าท้าวทุมราช ซึ่งโปรดให้เลือกคู่จากพระธิดาทั้งเจ็ด พระสุธนจำแหวนที่นางมโนราห์สวมได้ ทั้งสองจึงได้ครองคู่กันสืบไป
การแสดงละครชาตรี เรื่อง "รถเสน" โดยกรมศิลปากร
การแสดงละครชาตรี
เรื่อง "รถเสน" โดยกรมศิลปากร
สำหรับการปรับปรุงเรื่องการรำ เช่น “การรำซัดชาตรีเลือกคู่” เป็นชุดการแสดงที่คิดขึ้นใหม่ ซึ่งมีจังหวะลีลาท่ารำที่ระทึกใจ และเป็นการจบละครที่งดงามตระการตา ตามแบบละครโรงใหญ่ แต่ไม่มีการทำพิธีกรรมแบบละครชาตรีแก้บน ในส่วนของวงดนตรีมีเครื่องดนตรี และการบรรเลงคล้ายคลึงกัน คือ มีการบรรจุเพลงร่ายชาตรีและเพลงชาตรีต่างๆ ตลอดการแสดง ซึ่งมากกว่าละครชาตรีแก้บน นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบเครื่องแต่งกายพระ-นางใหม่ เช่น ตัวพระให้สวมเทริด ที่ออกแบบรูปทรงให้เพรียวกว่าเทริดโนรา ตัวนางกินรีก็ออกแบบชุดใหม่ทั้งหมด โดยสวมปีกหาง แต่ไม่ห่มสไบ และนุ่งผ้าหน้านางชักชายพกแผ่ออก ๒ ข้างคล้ายพัด รัดทับด้วยผ้าทิพย์ หรือสุวรรณกระถอบอย่างโบราณ สวมเล็บ ๘ นิ้ว ยกเว้นนิ้วหัวแม่มือ สำหรับละครชาตรีฉบับกรมศิลปากรทั้ง ๒ เรื่องนี้ ผู้แสดงจะรำตามคนร้อง แต่เจรจาเองทั้งหมด 
หลังจากประสบความสำเร็จจากการแสดงละครชาตรีเรื่อง “มโนราห์” แล้ว กรมศิลปากรได้จัดแสดงละครชาตรีเรื่อง “รถเสน” ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากเช่นกัน ละครชาตรียังมีพัฒนาการต่อๆ มา โดยเห็นได้จากการที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดการแสดงละครอิงพงศาวดารเรื่อง “ศรีธรรมาโศกราช” บทประพันธ์ของสมภพ  จันทรประภา ใน พ.ศ. ๒๕๑๓ และคณะละครอาสาสมัครในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้จัดการแสดงละครอิงประวัติศาสตร์ของภาคใต้ เรื่อง “ตามพรลิงค์” ใน พ.ศ. ๒๕๒๔ ณ โรงละครแห่งชาติ โดยละครทั้ง ๒ เรื่องนี้จัดแสดงแบบละครชาตรีโรงใหญ่ แต่ผู้แสดงเป็นผู้ร้องและเจรจาเอง
หัวข้อก่อนหน้า หัวข้อถัดไป