ประวัติความเป็นมาในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม - สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ
 
สารานุกรมไทย
สำหรับเยาวชน  เมนู 37
เล่มที่ ๓๗
เรื่องที่ ๑ พระเจดีย์
เรื่องที่ ๒ หอศิลป์
เรื่องที่ ๓ ศิลปินแห่งชาติ
เรื่องที่ ๔ ว่าว
เรื่องที่ ๕ หนังสือพิมพ์
เรื่องที่ ๖ ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
เรื่องที่ ๗ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
เรื่องที่ ๘ โรคเอสแอลอี
เรื่องที่ ๙ โรคไข้หวัดใหญ่
รายชื่อผู้เขียน

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ / เล่มที่ ๓๗ / เรื่องที่ ๗ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม / ประวัติความเป็นมาในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม

 ประวัติความเป็นมาในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ประวัติความเป็นมาในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม

ในอดีต โครงการพัฒนาด้านต่างๆ ยังมีอยู่น้อย รวมทั้งประชากรยังมีจำนวนไม่มากนัก ประกอบกับสิ่งแวดล้อมต่างๆ ยังมีสภาพค่อนข้างดี การพัฒนาโครงการต่างๆ ในอดีตจึงไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อม แต่คำนึงถึงเฉพาะความต้องการ ของสังคม ความเป็นไปได้ทางวิศวกรรม และความเหมาะสมทางเศรษฐศาสตร์ กล่าวคือ ในอดีตการพัฒนา หรือการดำเนินโครงการต่างๆ มักดำเนินการโดยมุ่งที่จุดกำไรสูงสุด หรือต้นทุนต่ำสุด ยังไม่ได้คำนึงถึงจุดที่เหมาะสม หรือจุดที่จะมีผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

เขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า
การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วต่างนำมาใช้ในด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม เนื่องจาก การพัฒนาย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติได้ การพัฒนาที่ฉลาด และรอบคอบจึงควรผนวกการพิจารณาด้านสิ่งแวดล้อมเข้าไปด้วย โดยเริ่มตั้งแต่ในระยะเริ่มต้นโครงการหรือระยะวางแผน ย่อมจะช่วยลดผลกระทบ พร้อมกับส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่ประเทศมีอยู่จำกัด อย่างระมัดระวัง และเกิดประโยชน์สูงสุด การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย เริ่มต้นเมื่อมีการตราพระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๑๘ รวมทั้งการออกประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการพลังงาน เรื่องกำหนดประเภทของโครงการหรือกิจการที่ต้องมีรายงานการประเมิน ผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ ๒๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๔ โดยใช้เฉพาะกับโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ เช่น การสร้างเขื่อนเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า แต่ระบบการประเมินยังไม่ชัดเจน จนกระทั่งมีพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ  พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๔๖ ซึ่งได้ออกประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กำหนดประเภทและขนาดของโครงการจำนวน  ๒๒ ประเภท ที่เป็นโครงการขนาดใหญ่หรือมีลักษณะที่อาจก่อปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง

หลังจากที่มีการปฏิรูประบบราชการ พ.ศ. ๒๕๔๕ โดยมีการจัดตั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมีการโอนกิจการของกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ไปสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งควรให้มีการแก้ไข ปรับปรุง และเพิ่มเติมการกำหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน ที่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และแนวทาง ในการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมีการใช้ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงวันที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เรื่องกำหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการ ซึ่งต้องจัดทำรายงาน การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม จำนวน ๓๔ ประเภท ที่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อพิจารณาประกอบการอนุญาต หรืออนุมัติโครงการ ของหน่วยงานผู้อนุญาตหรือคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวจะต้องจัดทำโดยผู้มีสิทธิจัดทำ ซึ่งจดทะเบียนไว้กับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
หัวข้อก่อนหน้า หัวข้อถัดไป