ประวัติความเป็นมา
คำว่า ซีเมนต์ (Cement) มาจากภาษาละติน ซึ่งแปลว่า "ตัด" โดยใช้เรียกหินปูน ที่ตัดเป็นชิ้นๆ เพื่อจะนำมาเผาเป็นปูนขาว (Lime)
ในปัจจุบัน ซีเมนต์ หมายถึง ตัวประสานวัสดุสองชนิด หรือหลายๆ ชนิดให้ติดแน่น ในสมัยโบราณ ชาวอียิปต์ใช้ปูนซีเมนต์เป็นวัสดุเชื่อมประสานในการสร้างพีระมิด โดยได้มาจากการเผาดินและยิปซัม ส่วนชาวกรีก และชาวโรมัน ใช้เถ้าภูเขาไฟ บดรวมกับปูนขาว ทราย และน้ำ เรียกว่า ปอซโซลานิกซีเมนต์ (Pozzolanic Cement) ซึ่งทำปฏิกิริยาทางเคมี และแข็งตัวได้ในน้ำ ตัวอย่าง สิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่สร้างโดยชาวโรมัน อาทิเช่น มหาวิหารทรงกลมในกรุงโรม (Roman Pantheon) และโรงละครครึ่งวงกลม (Colosseum) เป็นต้น
คอนกรีต คือ วัสดุก่อสร้างชนิดหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยส่วนผสม ๒ ส่วนคือ วัสดุประสาน ซึ่งได้แก่ ปูนซีเมนต์กับน้ำ ผสมกับ วัสดุผสม ซึ่งได้แก่ ทราย หิน หรือกรวด เมื่อนำมาผสมกัน จะคงสภาพเหลวอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งนานพอ ที่จะนำไปเทลงในแบบหล่อ ที่มีรูปร่างตามต้องการ เมื่อคอนกรีตแข็งตัวเต็มที่แล้ว จะมีความแข็งแรง และสามารถรับน้ำหนักได้มาก ทั้งนี้จะแปรไปตามอายุของคอนกรีตที่เพิ่มขึ้น
ซีเมนต์ และคอนกรีตเป็นวัสดุก่อสร้าง ที่ใช้กันมาเป็นเวลายาวนาน จากหลักฐานพบว่า ในยุคต้นๆ ตั้งแต่ ๗,๖๐๐ ปีที่ผ่านมา มีการใช้ซีเมนต์ในรูปของคอนกรีต เพื่อทำพื้นกระท่อมของชาวประมงที่อยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำดานูบ และกระท่อมของพวกนักล่าสัตว์สมัยยุคหิน หลังจากนั้น ได้มีการพัฒนาซีเมนต์ และคอนกรีตอย่างต่อเนื่อง มาจนถึงปัจจุบัน
พีระมิดในประเทศอียิปต์
โรงละครครึ่งวงกลม (Colosseum) ในประเทศอิตาลี