ขนาดพลังงานแสงที่ใช้
แพทย์ผู้ดูแลจะคำนวณขนาดของพลังงานแสงและระยะเวลาที่ผู้ป่วยต้องอาบแสง อีกทั้งต้องปรับระยะเวลาและพลังงานแสง ที่ผู้ป่วยควรจะได้รับ ตามการตอบสนองของผู้ป่วยแต่ละราย โดยผู้ป่วยต้องรับการฉายแสงอัลตราไวโอเลตสัปดาห์ละ ๒ ครั้ง
ข้อควรระวังระหว่างการฉายแสงอัลตราไวโอเลตบี
ผลข้างเคียงในระยะสั้น คือ เกิดผื่นไหม้แดดเป็นผื่นแดงบนผิวหนัง หากเป็นการฉายแสงในระยะยาว ผู้ป่วยที่อาบแสงอัลตราไวโอเลตบี มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้ แต่พบในอัตราที่ต่ำ
การรักษาผื่นผิวหนังของโรคสะเก็ดเงินด้วยแสงอัลตราไวโอเลตเอร่วมกับสารเคมี
แสงอัลตราไวโอเลตเอมีฤทธิ์ในการรักษาผื่นผิวหนังอักเสบได้เมื่อใช้ร่วมกับสารเคมีกลุ่ม โซราเลน สารเคมีที่ใช้ร่วมกับแสงอัลตราไวโอเลตเอ มี ๒ รูปแบบ คือ ในรูปของยารับประทาน และในรูปของยาทา
๑) ในรูปของยารับประทาน
ผู้ป่วยต้องรับประทานยา ๒ ชั่วโมงก่อนอาบแสง เพื่อให้ ลำไส้ดูดซึมยาเข้าสู่ร่างกาย และส่งมาที่ผิวหนัง ในระหว่างที่อาบแสง ผู้ป่วยต้องสวมแว่นตาดำ เพื่อป้องกันอันตรายจากแสงอัลตราไวโอเลตเอที่จะเกิดกับตา ภายหลังจากการอาบแสงแล้ว ผู้ป่วยยังคงต้องสวมแว่นตาดำ เพื่อป้องกันตาจากแสงแดดอย่างน้อย ๑ วัน
๒) ในรูปของยาทา
ผู้ป่วยต้องทายาที่ผื่นผิวหนังก่อนอาบแสง ยาทาที่ใช้อยู่ในรูปสารละลายหรือรูปครีม การรักษาด้วยวิธีใช้ยาทามีข้อดี ที่ผู้ป่วยไม่ต้องเสี่ยงต่อพิษของยาโซราเลนที่มีผลต่อตา
ข้อควรระวังระหว่างการฉายแสงอัลตราไวโอเลตเอ ร่วมกับการใช้สารเคมี
หลังรับประทานยาโซราเลน ผิวหนังผู้ป่วยจะไวต่อแสง ต้องระมัดระวังไม่ใช้ยาเกินขนาด เพราะจะทำให้เกิดผิวหนังไหม้แดดได้ ผิวหนังของผู้ป่วยจะเสื่อมจากการฉายแสง โดยเกิดกระขึ้น ทำให้ผิวหนังเป็นรอยกระดำกระด่าง
ส่วนผลของแสงอัลตราไวโอเลตเอที่มีต่อผิวหนังในระยะยาว คือ เพิ่มอัตราการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้ ดังนั้น ผู้ป่วยจึงควรได้รับการตรวจทางผิวหนังเป็นประจำทุกปี เพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังในระยะเริ่มต้น ผลต่อตาที่สำคัญ คือ การเกิดต้อกระจก ผู้ป่วยจึงต้องสวมแว่นตาดำระหว่างที่อาบแสง และภายหลังอาบแสงแล้ว ก็ยังต้องสวมแว่นตาดำอีก ๑ วัน เพื่อป้องกันแสงแดดที่อาจกระทบต่อตา ผู้ป่วยบางรายอาจเกิดอาการคลื่นไส้จากยาที่รับประทาน ก่อนการฉายแสงด้วยก็ได้