ไวรัสที่ก่อให้เกิดภาวะภูมิคุ้มกันเสื่อม มีชื่อว่า human Immunodeficiency Virus หรือเรียกชื่อย่อว่า HIV (เอชไอวี) คำสามัญเรียกว่า "ไวรัสโรคเอดส์" เป็นสมาชิกของตระกูลรีโทรไวรัส (Retroviridae)
คุณสมบัติของไวรัส เอชไอวี
๑. เป็นไวรัสชนิด RNA ใน subfamily Lentivirinae มีเอนไซม์ที่เป็นลักษณะสำคัญ คือ เอนไซม์รีเวอร์สทรานสคริพเตส (Reverse transcriptase, RT)
๒. ในปัจจุบันไวรัสเอชไอวี มีอยู่ 2 type
- Type 1 (HIV-1) มีชื่อเดิมว่า LAV-1 หรือ HTLY-III เป็นไวรัสที่พบดั้งเดิม
- Type 2 (HIV-2) เป็นไวรัสชนิดเดียวกันกับ LAV-2 ที่แยกได้จากผู้ป่วยโรคเอดส์ ที่เป็นชาวแอฟริกา และอาจเป็นเชื้อเดียวกับ HTLV-IV ที่แยกได้จากโสเภณีชาวเซเนกัล ที่ยังไม่มีอาการของโรค
๓. เป็นไวรัสขนาดกลาง รูปทรงกลม มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๐๐-๑๒๐ นาโนเมตร ภายในอนุภาคมีแกนกลาง (core) ทึบแสง รูปทรงกระบอก ชั้นในสุดประกอบด้วย RNA genome สายเดี่ยว (single-stranded RNA) ขนาด ๙ กิโลเบส ที่เหมือนกัน ๒ ชิ้น (diploid) มีโปรตีน ปนอยู่กับยีโนม คือ nucleocapsid protein, p7; และมี tRNA lys, Reverse transcriptase, RT ชั้นถัดไป เป็นแคปซิดโปรตีน หรือเรียกว่า core protein (p24) หุ้มล้อมรอบ ถัดออกไปอีกเป็น matrix protein (p17) ส่วนชั้นนอกเป็น envelope และมีปุ่ม (knobs) ยื่น โดยรอบ เรียกว่า surface protein (gp120) ก้าน ของปุ่มที่ยื่นจากด้านในของ envelope เรียกว่า transmembrane protein (gp 41) ที่กล่าวมาเป็น ลักษณะโครงสร้างของ HIV-1 สำหรับ HIV-2 จะคล้ายคลึงกับ HIV-1 แต่มีรายละเอียดในยีนบาง ชนิดที่แตกต่างไปบ้าง
๔. สายพันธุ์ของไวรัสเอชไอวี ถูกแบ่งโดยดูความแตกต่างของยีนของไวรัสนั้น ขณะนี้แบ่งตามความแตกต่างของยีนที่เป็นรหัสควบคุมการสร้าง gp120 ได้ไม่ต่ำกว่า ๙ subtypes หรือ clade คือ A, B, C, D, E, F, G, H และ O โดย subtype A พบในทวีปแอฟริกา subtype B พบในสหรัฐอเมริกา ยุโรป ไทย และบราซิล subtype C และ D พบในแอฟริกา subtype E พบในประเทศไทย subtype F พบในประเทศบราซิล subtype G และ H พบในทวีปแอฟริกา และ subtype O พบในประเทศแคเมอรูน
ในประเทศไทยพบไวรัสเอชไอวีระบาด คือ subtype B และ E พบว่าเกี่ยวข้องกับวิธีการได้รับเชื้อ ถ้าติดทางเพศสัมพันธ์ ร้อยละ ๘๐ หรือมากกว่าเป็น subtype E ในกลุ่มผู้ติดทางการฉีดร้อยละ ๗๑ หรือมากกว่าเป็น subtype B
๕. ไวรัสเอชไอวี มีความจำเพาะต่อ เม็ดเลือดขาว ลิมโฟซัยท์ T4 หรือ T helper ซึ่งเป็นเซลล์ที่มี CD4
+ receptor (CD4
+ cells) บนผิวเซลล์ CD4
+ recepter นี้อาจพบได้บนผิวของ B cell, Monocytes/ Macrophages และเซลล์อื่นๆ เชื้อไวรัสเข้าสู่เซลล์โดยการจับกันกับ CD4 receptor บนผิวเซลล์ หรือเชื้ออาจเข้าสู่เซลล์โดยกลไกทาง อื่น เช่นอาจเข้าทาง Fc receptor นอกจากนี้ไวรัส เอชไอวี สามารถติดเชื้อในเซลล์ประสาท และเซลล์ระบบทางเดินอาหารได้โดยยังไม่ทราบ receptor ที่จำเพาะ
ไวรัสเอชไอวี ไปอยู่ในสภาพ proviral DNA โดยรวมตัวกับ cellular DNA และอยู่ในสภาพสงบ แอบแฝง ต่อมาในบางสภาวะที่อาจขึ้นกับสายพันธุ์ ของเชื้อ สภาพของเชื้อ และการถูกกระตุ้นโดย ปัจจัยร่วม (cofactor) จะทำให้ไวรัสเอชไอวีเพิ่ม จำนวนได้อนุภาคใหม่ปลดปล่อยออกจากเซลล์ได้ ทำให้เซลล์ที่มี CD4 receptor ทำหน้าที่ผิดปกติ และลดจำนวนลง โดยเฉพาะ T helper cell หรือ CD4
+ T cells ซึ่งมีความสำคัญในระบบภูมิคุ้มกัน ของร่างกาย จึงทำให้เกิดภาวะภูมิคุ้มกันเสื่อม
๖. การทำลายของเชื้อในห้องปฏิบัติการ และเวชปฏิบัติ
ดังที่ทราบกันว่า ไวรัสเอชไอวีเป็นไวรัสที่ถูกฆ่าให้ตาย หรือหมดฤทธิ์ได้ง่าย โดย
- การต้มที่ ๕๖°ซ. เป็นเวลา ๓๐ นาที จะทำให้ไวรัสส่วนใหญ่หมดฤทธิ์
- การต้มเดือด ๑๐ นาที ไวรัสจะถูกทำลายหมด
- น้ำยาฟอกสีคลอร็อกซ์ หรือไฮเตอร์ ซึ่งจะให้คลอรีนที่มีใช้ตามบ้าน ผสมน้ำยาหนึ่งส่วนต่อน้ำเก้าส่วน ก็จะฆ่าเชื้อได้ และสามารถใช้เช็ดบริเวณที่มีน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่ว ยที่หกเลอะเทอะได้
- เครื่องมือเครื่องใช้ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่ใช้กับผู้ป่วย เช่น เอ็นโดสโคป ให้ทำความสะอาด โดยล้างด้วยน้ำยาซักฟอก หรือน้ำยาล้างถ้วยชาม (ดีเทอร์เจนท์) ล้างน้ำให้สะอาด แล้วแช่ในกลูตาราลดีไฮด์ (Activated glutaral-dehyde) ที่มีความเข้มข้นร้อยละ ๒