เมล็ดมีขนาดค่อนข้างเล็กมาก แต่ไม่มีการขยายพันธุ์ด้วยวิธีอื่นที่สะดวกและได้จำนวนต้นมากเท่าวิธีเพาะเมล็ด จึงนิยมขยายพันธุ์ด้วยวิธีนี้ ปัจจุบันมีเมล็ดพิทูเนียในรูปแบบใหม่ ทำให้สะดวกในการเพาะ หลังจากได้ต้นกล้าแล้ว การปลูกและดูแลรักษาอื่นๆ ทำได้ง่ายมาก เมื่อออกดอกและดอกบานเต็มแปลงจะสวยงามมาก มีหลายสี หลายพันธุ์ และหลายประเภท แต่ประเภทที่ควรนำมาปลูกเป็นไม้ประดับแปลงในประเทศไทยควรเป็นพิทูเนียประเภทดอกใหญ่ชั้นเดียว ที่เรียกว่า Single grandiflora แม้ว่าเมล็ดจะมีราคาค่อนข้างแพง แต่ก็คุ้มค่า ดอกมีสีครบทุกสี ทั้งสีอ่อนและสีแก่ เจริญเติบโตได้ดีมาก เหมาะสำหรับการปลูกประดับ แต่ถ้าไม่ชอบดอกขนาดใหญ่ ควรเลือกประเภท Single multiflora ซึ่งมีดอกดกมาก และเมล็ดมีราคาย่อมเยากว่า
ฟล็อกซ์มีดอก ๒ แบบ คือ แบบกลีบดอกมน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางดอกประมาณ ๒.๕ เซนติเมตร และแบบกลีบดอกจักเป็นฟันเลื่อย ซึ่งมีดอกเล็กกว่าแบบกลีบดอกมน มีดอกดกทั้ง ๒ แบบ แต่ที่นิยมปลูกประดับแปลงเพราะดูแปลกตาดี ได้แก่ กลีบดอกจัก ซึ่งจำหน่ายเมล็ดคละสีอยู่ในซองเดียวกัน หากปลูกในฤดูหนาว ดอกจะดกกว่า และสวยกว่าปลูกในฤดูอื่น
พันธุ์ดั้งเดิมมีเฉพาะสีเหลือง จึงมีชื่อเดิมว่า สร้อยทอง แต่ปัจจุบันมีเพิ่มขึ้นอีกหลายสี คือ สีชมพู สีแดง สีบานเย็น และสีส้ม ตลอดจนสีครีม และสีแดงอมม่วง มีทั้งช่อดอกป้อมสั้น และยาวรี ที่สำคัญคือ พุ่มต้นไม่สูงมาก และออกดอกดก
มีพันธุ์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมากมาย ทั้งต้นสูงและต้นเตี้ย โดยเฉพาะพันธุ์ที่มีสีสดใสกว่าพันธุ์เดิม คือ สีเหลือง สีชมพู และสีแดงสด หากปลูกรวมกันในแปลงเป็นกลุ่มใหญ่จะสวยงามมาก
๑๐) แพนซี (Pansy)
ปกติเป็นไม้ดอกที่ต้องการแสงแดดจัด แต่ในประเทศไทยมีอากาศค่อนข้างร้อน แม้ในฤดูหนาว อากาศก็ไม่เย็นพอ ดังนั้น การปลูกแพนซีให้มีดอกสวยงามควรปลูกใต้เงาไม้ หรือร่มเงาโขดหิน หรือให้ได้รับแสงแดดรำไร หรือแสงแดดในช่วงเช้า แพนซีมีรูปร่างและสีสันของดอก ตลอดจนลวดลายภายในดอกแปลกไปจากไม้ดอกอื่นๆ แต่ละดอกประกอบด้วยหลายสี ถ้าปลูกคละสีในแปลงเดียวกันจะมองเห็นเหมือนหน้าแมวที่ชูหน้าสลอนรับแสงแดดยามเช้า เป็นไม้ดอกที่มีพุ่มต้นเตี้ย แต่ก้านดอกจะส่งดอกโผล่พ้นต้นขึ้นมา และหันหน้ารับแสงอาทิตย์เกือบทุกดอก เมล็ดลูกผสมชั่วแรก (F1 hybrid) มีราคาค่อนข้างแพง แต่ดอกมีขนาดใหญ่ และดอกดก หรืออาจจะเลือกปลูกเมล็ดผสมชั่วที่ ๒ (F2 hybrid) แทนก็ได้ ซึ่งเมล็ดมีราคาย่อมเยากว่า แต่ดอกสวยพอๆ กัน
๑๑) กาเซเนีย (Gazania)
เป็นไม้ดอกอีกชนิดหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะมีพุ่มต้นเตี้ย ออกดอกดก มีหลายสี หากนำมาปลูกคละสีในแปลงเดียวกันจะดูสวยงามมากกว่าแยกสีทำนองเดียวกับแพนซี พันธุ์ที่ผลิตออกมาใหม่ในปัจจุบันมีพุ่มต้นสูงประมาณ ๓๐ เซนติเมตร และมีพันธุ์ที่ออกมาใหม่ล่าสุดสูงเพียง ๒๐ เซนติเมตร แต่ดอกดกมาก
๑๒) รักแรก (Dahlia)
รักแรกที่นำมาปลูกประดับแปลงควรเป็นประเภทต้นเตี้ยหรือสูงปานกลาง และดอกไม่ใหญ่มากนัก ไม่ควรมีสีเข้มหรือมืดจนเกินไป อาจปลูกคละสีได้ โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่มีการแยกจำหน่ายเมล็ดแบบแยกสี พันธุ์ที่น่าสนใจคือ พันธุ์ชนิดดอกซ้อน แต่ถ้าเป็นดอกกึ่งซ้อน พุ่มต้นกะทัดรัด ดอกมีหลายสีตั้งแต่สีขาว สีชมพู สีม่วง สีส้ม สีแดง และสีอ่อนแก่ต่างๆ กัน นอกจากใช้ปลูกประดับแปลงแล้ว บางพันธุ์ที่มีดอกขนาดปานกลาง กลีบดอกมีการจัดเรียงเป็นไปอย่างมีระเบียบ และก้านดอกแข็งแรง ก็สามารถปลูกเป็นไม้ตัดดอกได้
๑๓) ผีเสื้อ (Dianthus หรือ Pink)
เป็นไม้ดอกที่ต้องการอากาศค่อนข้างเย็นสักเล็กน้อย แต่ถ้าปลูกในฤดูหนาวก็ไม่มีปัญหา ส่วนใหญ่มีกลีบดอกชั้นเดียว พุ่มต้นสูงเพียง ๑๕ - ๓๐ เซนติเมตร พันธุ์ที่น่าสนใจที่สุดซึ่งเป็นพันธุ์ที่ออกมาใหม่คือ พันธุ์ชุดคาร์เพ็ต (Carpet series) ส่วนพันธุ์ชุดชาร์ม (Charm series) นั้น ยังได้รับความนิยมเช่นเคย เพราะมีสีที่หลากหลายมากกว่าพันธุ์ชุดคาร์เพ็ต พันธุ์ที่ออกใหม่ล่าสุดมีต้นเตี้ยที่สุด คือ สูงเพียง ๑๐ เซนติเมตร พุ่มต้นกะทัดรัด มีเพียง ๒ สี คือ สีชมพู และสีแดง ออกดอกเร็วมาก ใช้เวลาเพียง ๕๐ วัน เรียกว่า พันธุ์อินสแตนต์มิกซ์เจอร์ (Instant mixture)
๑๔) ผักเสี้ยนฝรั่ง (Cleome)
เป็นไม้ดอกที่มีความสูงมาก แต่มีช่อดอกใหญ่หลายสี หากปลูกประดับแปลงในพื้นที่กว้าง หรือปลูกเป็นฉากหลังจะสวยงามมาก โดยเฉพาะปลูกคละสี เพราะสีของผักเสี้ยนฝรั่งดูหวานทุกสี พันธุ์ที่ออกใหม่ได้แก่ พันธุ์ชุดควีน (Queen series) มีสีขาว สีชมพูอ่อน สีชมพูแก่ สีม่วงอ่อน สีม่วงแก่ และสีม่วงอมฟ้า น่าดูมาก
๑๕) ยาสูบดอก (Nicotiana)
มีเมล็ดจำหน่ายอยู่เพียง ๒ ชุด คือ ชุดโดมิโน (Domino series) และชุดนิกกิ (Nicki series) ซึ่งมีครบทุกสี คือ สีขาว สีชมพู สีแดง และสีเหลือง แต่ชุดโดมิโนมีพุ่มต้นสูงประมาณ ๓๐ เซนติเมตร ส่วนชุดนิกกิสูงประมาณ ๔๕ เซนติเมตร
๑๖) บานชื่น (Zinnia)
เป็นไม้ดอกที่ต้องเพาะ หรือหยอดเมล็ดลงในกระถาง หรือในแปลงปลูกโดยตรง เพราะถ้ามีการย้ายกล้า รากได้รับความกระทบกระเทือน จะชะงักการเจริญเติบโต มีหลายพันธุ์ทั้งต้นสูงและต้นเตี้ย แต่พันธุ์ที่เหมาะสำหรับการปลูกประดับแปลง หรือปลูกลงกระถาง แล้วนำไปประดับไม่ควรสูงเกิน ๓๐ เซนติเมตร การจัดเรียงของกลีบดอกควรมีระเบียบพอสมควร กลีบดอกที่แผ่ออก ดูเรียบร้อยสวยงามกว่ากลีบดอกเป็นหลอด มีหลายสีคือ สีขาว สีครีม สีชมพู สีเหลือง สีส้ม สีแดง พันธุ์ในชุดพีเทอร์แพน (Peter Pan series) และชุดแดชเชอร์ (Dasher series) ซึ่งเป็นลูกผสมชั่วแรก ราคาเมล็ดค่อนข้างแพง แต่ดอกสวย ขนาดดอกใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๖ - ๘ เซนติเมตร เหมาะที่จะปลูกมากที่สุด
๑๗) ดาห์ลเบิร์กเดซี (Dahlberg daisy)
พันธุ์ที่เหมาะสมที่สุดคือ พันธุ์โกลเดนฟลีซ (Golden fleece) มีพุ่มต้นสูง ๒๐ เซนติเมตร ดอกดกมาก หากปลูกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ จะสวยกว่าปลูกแยกต้น ดอกสีเหลืองทองจะทำให้ดูสวยงามมาก นอกจากปลูกประดับแปลงแล้ว ยังเหมาะที่จะปลูกเป็นไม้กระถาง นำไปจัดสวน และประดับสถานที่
นอกจากนี้ ยังมีไม้ดอกอีกหลายๆ ชนิดที่เหมาะสมในการปลูกประดับแปลง แต่ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำจากยอด หรือกิ่ง หรือใบได้ง่าย และสะดวกกว่าการเพาะเมล็ด ได้แก่ เวอร์บีนา ผกากรองต้น ผกากรองเลื้อย บานบุรี ฟ้าประดิษฐ์ กระดุมทองบานเย็น บานเช้า พยับหมอก พวงทองต้น สร้อยทอง บีโกเนีย แววมยุรา กุหลาบหิน กุหลาบหนู แพรเซี่ยงไฮ้ และไม้ดอกอื่นๆ อีกหลายชนิด