ระบำ ระบำ หมายถึง การแสดงที่มุ่งหมายความสวยงาม และความบันเทิงเป็นสำคัญ ไม่มีเรื่องราว ผู้แสดงจะมีจำนวนเท่าใดก็ได้ อาจเป็นระบำเดี่ยว คือ รำคนเดียว ระบำคู่ รำ ๒ คน หรือระบำหมู่ รำหลายๆ คน ระบำหมู่สมัยโบราณก็คือระบำที่เรียกว่า "ระบำสี่บท" มักจะเป็นการจับระบำของเทวดากับนางฟ้า เรียกว่า ระบำสี่บท เนื่องจาก มีทำนองเพลงร้อง และบรรเลงดนตรีอยู่ ๔ เพลง คือ เพลงพระทอง เพลงเบ้าหลุด เพลงสระบุหร่ง (อ่านว่า สะหระบุหร่ง) และเพลงบหลิ่ม (อ่านว่า บะหลิ่ม) ในสมัยโบราณท่านแต่งคำร้องเป็นเพลงละบท จึงเป็น ๔ บทจริงๆ สมัยต่อมา มักจะลดบทร้องให้สั้นเข้า เป็นบทละ ๒ เพลง และบางทีก็ลดเพลงลงเหลือเพียง ๒ เพลง หรือเพลงเดียวก็มี ซึ่งจะเรียกระบำสี่บทไม่ได้ แต่การรำยังคงใช้แบบของระบำสี่บทอยู่ตามเดิม ต่อมา ได้มีผู้คิดระบำอื่นๆ ขึ้นอีกหลายอย่าง บางทีก็ร้องแล้วดนตรีรับเหมือนระบำสี่บท บางทีก็ร้องและคลอดนตรีไปพร้อมๆ กัน ซึ่งวิวัฒนาการไปตามสิ่งแวดล้อม และกาลสมัย เช่น | |
| |
ปัจจุบันนี้มีจนถึงระบำสัตว์ต่างๆ ซึ่งเป็นการรำเลียนท่าสัตว์นั้นๆ เช่น | |
| |
หัวใจของการแสดงระบำก็คือ ความพร้อมเพรียง ความสวยงาม และเพื่อความบันเทิง ระบำบางชนิดไม่สวยงามเลย แต่เพื่อความบันเทิง เช่น ระบำก็อย จากละครเรื่องเงาะป่า พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๕ ผู้แสดงทาตัวด้วยสีดำ นุ่งผ้าสั้น เรียกว่า "เลาเตี้ยะ" ถือไม้ซาง เรียกว่า "บอเลา" |
บทความและภาพประกอบที่อยู่ในเว็บไซต์ของมูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ นี้ใช้สำหรับเพื่อสนับสนุนการผลิตหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ
เป็นการเผยแพร่วิชาการให้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป โดยจะนำไปแจกจ่ายให้โรงเรียนทั่วประเทศ และจำนวนหนึ่งนำออกจำหน่ายเพื่อนำเงินมาสมทบทุนในการจัดพิมพ์ต่อไป
ซึ่งเป็นการใช้สิทธิโดยสุจริต ทั้งนี้มูลนิธิได้รับอนุญาตทั้งบทความและภาพประกอบจากผู้เขียนแล้ว หากมีประเด็นขัดข้องสงสัยในเรื่องลิขสิทธิ์อย่างใด ขอได้โปรดแจ้งให้
มูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ ทราบเพื่อพิจารณาแก้ไขความขัดข้องสงสัยนั้นต่อไป จะเป็นพระคุณยิ่ง
ลิขสิทธิ์เป็นของมูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ
ห้ามนำข้อความและรูปภาพไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต