สมบัติ พื้นฐานของวัสดุการแพทย์
โดยทั่วไปปัจจัยสำคัญที่นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร หรือแพทย์ จะต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆ ในการเลือกใช้หรือพัฒนาวัสดุต่างๆ เพื่อนำมาใช้งานทางการแพทย์ ได้แก่ ความสามารถในการนำไปใช้งานในร่างกาย ซึ่งต้องสัมผัสกับเนื้อเยื่อ โปรตีนเลือด หรือเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย เนื่องจาก ในการใช้งานวัสดุการแพทย์นั้น วัสดุทุกประเภทจะต้องเกิดปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อ หรือสภาพแวดล้อม ในร่างกาย ไม่มากก็น้อยทั้งนี้การเกิดปฏิกิริยาดังกล่าวนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ ทั้งในลักษณะที่วัสดุการแพทย์จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อหรือ เซลล์ต่างๆ ในร่างกาย เช่น การระคายเคือง อาการแพ้ การติดเชื้อ ความเป็นพิษ ก่อให้เกิดเนื้องอกหรือมะเร็งและลักษณะที่เนื้อเยื่อ หรือสภาพแวดล้อมในร่างกายส่งผลกระทบต่อการใช้งานของวัสดุการแพทย์ เช่น การเสื่อมสภาพ การกัดกร่อนซึ่งผลกระทบดังกล่าวที่เกิดขึ้นจะส่งผลอย่างมากต่อความสำเร็จ หรือความล้มเหลว ของวัสดุนั้นๆ ในการใช้งานทางการแพทย์แต่ทั้งนี้ย่อมขึ้นกับระยะเวลา ตำแหน่ง และหน้าที่ ที่วัสดุการแพทย์นั้น จะถูกนำมาใช้งานด้วย ตัวอย่างเช่นวัสดุการแพทย์ที่ต้องใช้งานเป็นเวลานานหลายๆ ปี เช่น ข้อเทียม หมอนรองกระดูกสันหลังเทียมย่อมมีโอกาสที่จะเกิดผลกระทบจากสภาพภายในร่าง กาย มากกว่าวัสดุการแพทย์ที่ใช้งานในระยะเวลาสั้นๆ เช่น สายสวนหรือสายล้าง แต่โดยสรุปแล้ว วัสดุที่สามารถนำไปใช้งานทางการแพทย์ได้นั้น จะต้องได้รับการยอมรับจากสภาพภายในร่างกาย ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่างๆในทางที่ไม่ดีต่อสภาพภายในร่างกาย และตัววัสดุนั้น ก็จะต้องไม่เกิดการเสื่อมสภาพจากปฏิกิริยากับสภาพในร่างกายมนุษย์

สายสวน
นอกจากนี้แล้ว วัสดุการแพทย์จะต้องมีสมบัติที่เหมาะสมกับการใช้งานที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นสมบัติทางกายภาพ สมบัติทางเคมี สมบัติทางแสง สมบัติทางความร้อน และสมบัติทางกล เช่น วัสดุที่นำมาใช้ทดแทนแก้วตา หรือผลิตเป็นคอนแทกเลนส์ จะต้องมีความใส ในขณะที่ วัสดุที่นำไปใช้ทดแทนกระดูก ไม่ต้องคำนึงถึงสมบัติทางแสงดังกล่าว แต่ต้องมีสมบัติทางกลที่เหมาะสม เช่น มีความแข็งแรง สามารถรับน้ำหนักหรือแรงกระทำที่เกิดขึ้นจากการใช้งานได้
เครื่องนึ่งไอน้ำที่อุณหภูมิสูง ใช้สำหรับการฆ่าเชื้อวัสดุและอุปกรณ์การแพทย์ ก่อนนำไปใช้งาน
วัสดุการแพทย์ที่ดียังต้องสามารถผลิตขึ้นได้โดยกระบวนการผลิตที่ไม่ยุ่ง ยากเกินไป และที่สำคัญ ต้องสามารถทำการฆ่าเชื้อได้ โดยกระบวนการฆ่าเชื้อดังกล่าว จะต้องไม่ส่งผลกระทบ ต่อสมบัติของวัสดุการแพทย์ที่มีอยู่ก่อนการฆ่าเชื้อ และหากเป็นไปได้ ควรจะสามารถใช้กระบวนการฆ่าเชื้อที่มีการใช้งานอยู่ในปัจจุบันได้ เช่น การนึ่งไอน้ำที่อุณหภูมิสูง การอบด้วยแก๊สเอทิลีนออกไซด์ หรือการฉายรังสีแกมมา
ในปัจจุบัน ก่อนที่จะนำวัสดุประเภทใดประเภทหนึ่งมาใช้งานทางการแพทย์ได้ จะต้องผ่านขั้นตอนการทดลองและทดสอบต่างๆ เป็นจำนวนมาก และใช้ระยะเวลานาน เพื่อยืนยันถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการใช้งาน และขั้นตอนสุดท้ายก่อนนำ ออกสู่ท้องตลาด จะต้องมีการขออนุญาตจากองค์การอาหารและยาของประเทศนั้นๆ เพื่อให้แน่ใจว่า ผู้ป่วยจะไม่เสี่ยงกับอันตรายจากการใช้งานวัสดุหรืออุปกรณ์ดัง กล่าว