สุริยุปราคาหมดดวง
ผู้ที่ได้เห็นปรากฏการณ์ธรรมชาติสุริยุปราคาหมดดวงครั้งหนึ่งแล้ว มักกล่าวว่า ยากที่จะพรรณนาให้สมกับความตรึงใจ ตามที่ได้เห็นของจริงได้
เมื่อเริ่มสัมผัสแรกจะเห็นขอบตะวันออกของดวงจันทร์อันมัวมืดดำอยู่บนขอบตะวันตกของดวงอาทิตย์ มองได้ โดยกระจกรมดำ หรือฟิล์มถ่ายรูปที่ถ่ายไว้หนาๆ เมื่อดวงจันทร์เคลื่อนที่ ไปทางตะวันออก พื้นที่อันมัวมืดดำนั้นก็ใหญ่ขึ้น ต่อมาสิ่งที่เกิดขึ้นบนผิวโลก ก็มีแต่เงาของดวงอาทิตย์ ซึ่งเปลี่ยนแปลงจากรูปกลมธรรมดาเป็นรูปเสี้ยวแคบๆ ไป เมื่อได้ผ่านช่องเล็กๆ เช่น ช่องระหว่างใบไม้ ผลของการเปลี่ยนรูปของเงาเช่นนี้ เห็นได้เวลามีสุริยุปราคาบางส่วนด้วยเหมือนกัน ประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนหมดดวง ทิวทัศน์มืดมัวขึ้นจนสังเกตเห็นได้ง่าย ทั้งโลกและท้องฟ้ามีสี แปลกประหลาด เกิดจากแสง ที่มาจากใกล้ๆ ขอบดวงอาทิตย์ แสงนี้มีคุณภาพแตกต่างจากแสงอันแจ่มใสสว่างกว่า ที่ศูนย์กลางของพื้นดวง เมื่อแสงสลัวลง สีแปลกประหลาดจะเกิดมากขึ้น ไม่แต่มนุษย์เท่านั้น ที่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพดินฟ้าอากาศก่อนเวลาหมดดวงได้ สัตว์ เช่น นก จะบินอย่างตื่นเต้น ไก่พากันเข้ารัง และสุนัขเห่าหอน ก่อนเริ่มหมดดวง ดอกไม้หลายชนิดหุบกลีบ บางแห่งมีน้ำค้างเกิดขึ้น
ก่อนสัมผัสที่สองหลายนาที จะเห็นแถบเงาผ่านไปตามพื้นดิน เงานี้เป็นเงาของคลื่นใน บรรยากาศของโลก เห็นได้ชัดขึ้น โดยที่ผิวพื้นดวงอาทิตย์คงเหลือเสี้ยวแคบลงไป
สิ่งต่างๆ ที่ได้พรรณนามาแล้วเป็นภาพเบื้องต้นของสุริยุปราคาหมดดวง ก่อนสัมผัสที่สองเล็กน้อย ผู้สังเกตการณ์ซึ่งอยู่ในสภาพที่เหมาะ อาจเห็นเงาของดวงจันทร์ในอากาศคล้ายก้อนเมฆใหญ่ แต่ไม่มีเขตจำกัดชัดเจนนัก กำลังเคลื่อนจากตะวันตกด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าพายุ อาจเร็วถึง นาทีละ ๓๐ กิโลเมตร หรือมากกว่านั้น ผิวพื้นเสี้ยวบางของขอบตะวันออกของดวงอาทิตย์แยกกระจายเป็นแสงสว่างกลมๆ คล้ายลูกปัด เรียกกันว่า ลูกปัดเบลีย์ (Bailey's bead) ซึ่งเกิดจากแสง อาทิตย์ส่องโดนขอบของดวงจันทร์ที่ไม่เรียบสม่ำเสมอ ขณะเดียวกันที่ขอบตะวันตกของดวงอาทิตย์ จะปรากฏแสงคอโรนา ชั้นในซึ่งเป็นแสงที่ห้อมล้อมดวงอาทิตย์ แสงคอโรนานี้จะเห็นได้ เมื่อดวงจันทร์ปิดบังดวงอาทิตย์มิดหมดดวงเท่านั้น
แผนภาพแสดงการสัมผัสระหว่างเงาของดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์บนโลก ในการเกิดสุริยุปราคา |