การวินิจฉัยโรค
การวินิจฉัยโรคอัลไซเมอร์ประกอบด้วย ๒ ขั้นตอน คือ
๑) การวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อม
ภาวะสมองเสื่อมประกอบด้วยการสูญเสียความจำ ร่วมกับอาการอื่นๆ อย่างน้อยอีก ๑ อย่าง ได้แก่
๑) ความผิดปกติของการพูด (aphasia)
๒) ความผิดปกติของการใช้งาน (apraxia)
๓) ความผิดปกติของการระลึกรู้ (agnosia)
๔) ความผิดปกติของการวางแผนงาน หรือบริหารงาน (disturbance in executive function)
โรคอัลไซเมอร์เป็นสาเหตุสำคัญของภาวะสมองเสื่อม โรคนี้มีลักษณะเด่น คือ จะมีการเริ่มต้นของโรค แบบค่อยเป็นค่อยไป ทีละน้อย และมีอาการเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับในการสูญเสียการปฏิบัติทางปริชาน (cognitive function) ของสมอง โดยที่ประสาทการทำงานด้านกำลังกล้ามเนื้อ และประสาทสัมผัสรับรู้ของสมองจะยังคงดีอยู่จนถึงระยะท้ายๆ ของโรค ในระยะแรก ของโรคอัลไซเมอร์ ผู้ป่วยจะสูญเสียทางด้านความจำเป็นหลัก ต่อมาจะมีความยากลำบาก ในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หรือจดจำสิ่งใหม่ๆ ส่วนอาการผิดปกติ ในด้านการใช้ภาษาอาจพบร่วมกันในระยะนี้ เช่น การเรียกชื่อสิ่งของไม่ได้ การหาคำพูด และนึกคำพูดไม่ออก ตลอดจนลืมแนวคิด หรือลืมทฤษฎีต่างๆ ที่เคยรู้ อาการทางสมองอื่นๆ ที่ผิดปกติ อาจพบร่วมกันได้ในระยะแรกนี้ เช่น การทำกับข้าวผิดวิธี การขับรถหลงทาง การบริหารเงินทองผิดพลาด การใช้โทรศัพท์ไม่ถูกต้อง อาการเหล่านี้ ญาติหรือผู้ใกล้ชิดอาจสังเกตเห็น และถือว่า เป็นอาการเตือนของโรคได้ ในขณะที่กิจวัตรประจำวันด้านอื่นๆ ของผู้ป่วย อาจเป็นปกติดี เช่น การรับประทานอาหาร การแต่งตัว การอาบน้ำ การดูแลความสะอาดของร่างกาย ตลอดจนการเข้าสังคม
ขณะที่โรคดำเนินต่อไป จะยิ่งสูญเสียความสามารถในการเรียนรู้มากขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ รวมทั้ง มีการหลงลืมความจำเก่าๆ มากขึ้น การสูญเสียด้านความสามารถในการรับรู้ หรือปริชานจะเป็นมากขึ้น เช่น การพูด การใช้งาน การทราบเวลา สถานที่ บุคคล การเห็นและรู้ทิศทาง สูญเสียการตัดสินใจ และการทำงาน ด้านการวางแผนการบริหารงาน การคิดเชิงนามธรรม การใช้เหตุผล ตลอดจนขั้นตอนของการดำเนินงาน สำหรับการเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์และบุคลิกภาพนั้น อาจเกิดขึ้นได้ในตลอดช่วง ของการดำเนินโรค เช่น ในระยะแรกของโรค ผู้ป่วยอาจมีปัญหาด้านบุคลิกภาพเปลี่ยนไปจากเดิม หงุดหงิด มีความหวาดระแวง วิตกกังวล หรือซึมเศร้าได้ ต่อมาในระยะกลางของโรค ผู้ป่วยอาจมีปัญหาด้านหลงผิด ประสาทหลอน ก้าวร้าว และเดินไปมาวุ่นวาย ปัญหาเหล่านี้จะก่อให้เกิดความยากลำบากในการดูแลผู้ป่วยอย่างยิ่ง
ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ ราวร้อยละ ๙๐ สามารถให้การวินิจฉัยโรคได้ง่าย โดยการซักประวัติ การตรวจร่างกายทั่วไป ประกอบกับการตรวจร่างกายทางระบบประสาท และการตรวจประเมิน ทางด้านจิตประสาท ในทางเวชปฏิบัติ เมื่อพบผู้ป่วยที่มีภาวะสมองเสื่อม จำเป็นต้องซักประวัติ เกี่ยวกับการใช้ยาของผู้ป่วยเสมอ เพราะมียาหลายชนิด ที่อาจทำให้มีความผิดปกติของความจำ และสูญเสียความสามารถ ด้านการรับรู้ได้
การวินิจฉัยโรคอัลไซเมอร์ นอกจากจะอาศัยลักษณะอาการและอาการวิทยาทางคลินิก ดังกล่าวแล้ว ยังมีการสืบค้นทางด้านรังสีวิทยาที่จะช่วยยืนยันการวินิจฉัยโรคได้อีกด้วย ได้แก่
๑. การตรวจคอมพิวเตอร์สมอง (CT-brain scan)
สิ่งที่จะต้องตรวจพบในภาพคอมพิวเตอร์สมอง คือ มีเนื้อสมองฝ่อทั่วทั้งสมอง พร้อมกับมีโพรงสมองขยายใหญ่ขึ้น ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของใยประสาท ในสมองส่วนกลางทั่วไป อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงที่เห็น ในภาพคอมพิวเตอร์สมองนี้ อาจพบในโรคความเสื่อม ของระบบประสาทส่วนกลางอื่นๆ ที่ไม่ใช่โรคอัลไซเมอร์ด้วยก็ได้ เช่น โรคฮันทิงตัน และโรคพิก (Pick's disease)

ภาพของสมองที่ตรวจด้วยคอมพิวเตอร์สมอง (CT-brain scan) ของผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งเนื้อสมองฝ่อทั้งสมอง และโพรงสมองโต
๒. การตรวจภาพของสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (magnetic resonance imaging : MRI)
ภาพที่ได้จากการตรวจ จะสามารถให้รายละเอียดของการเปลี่ยนแปลง ด้านพยาธิสภาพของสมอง ได้ดีกว่าภาพคอมพิวเตอร์สมอง โดยจะพบการฝ่อของเนื้อสมองทั่วไปทั้งสมอง ร่วมกับการมีโพรงสมองขยายใหญ่ขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถแสดงการเปลี่ยนแปลง ของกลีบสมอง บริเวณขมับ (temporal lobe) ได้ชัดเจนว่า มีการฝ่อของส่วนหนึ่งส่วนใดหรือไม่

ภาพ MRI เปรียบเทียบสมองของผู้สูงอายุปกติ (ภาพบน) กับสมองของผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งจะพบการฝ่อของเนื้อสมองทั้งหมด ร่วมกับการมีโพรงสมองขยายใหญ่ (ภาพล่าง)
๓. การตรวจการไหลเวียนของเลือดสู่สมอง
ด้วยวิธีการตรวจแบบ positron emission tomography (PET scan) หรือแบบ single photon emission computed tomography (SPECT) ในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ จะพบการไหลเวียนของเลือดลดลง ในตำแหน่งกลีบผนัง (parietal lobe) ทั้งสองข้างของสมองอย่างชัดเจน

ภาพ PET scan แสดงการไหลเวียนของเลือดสู่สมอง ในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ พบว่า มีการไหลของเลือดลดลง ในบริเวณกลีบผนัง (parietal lobe) ทั้งสองข้างของสมอง
๒) การวินิจฉัยแยกโรคต่างๆ ที่เป็นสาเหตุของภาวะสมองเสื่อม
เมื่อวินิจฉัยว่า ผู้ป่วยเป็นภาวะสมองเสื่อมแล้ว เรามีความจำเป็นต้องวินิจฉัยแยกโรคเหล่านี้ ออกจากโรคอัลไซเมอร์ ได้แก่
๑. โรคหลอดเลือดสมองตีบหลายตำแหน่ง (multi-infarction dementia หรือ vascular dementia)
ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะสมองเสื่อมในชาวเอเชีย
๒. ภาวะสมองเสื่อมที่ผันกลับได้ (reversible dementia)
ได้แก่ ภาวะโพรงสมองโตที่มีความดันสมองปกติ (normal pressure hydrocephalus)
- โรคซิฟิลิสสมอง (neurosyphilis)
- โรคไทรอยด์พร่อง (hypothyroidism)
- โรคขาดวิตามิน บี ๑๒ (vitamin B12 deficiency)
- โรคขาดสารโฟเลต (folate deficiency)
- โรคขาดสารไนอาซิน (niacin deficiency)
- ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (hypoglycemia)
- โรคเนื้องอกสมอง (brain tumour)
- ภาวะเลือดออกที่ผิวสมอง (chronic subdural haematoma)
- โรควัณโรคเยื่อหุ้มสมอง (tuberculous meningitis)
- โรคฝีสมอง (brain abscess)
- โรคลมชักที่ควบคุมไม่ได้ (uncontrolled epilepsy)
- กลุ่มอาการข้างเคียงของโรคมะเร็ง (paraneoplastic syndrome)
๓. ภาวะสมองเสื่อมที่ไม่สามารถผันกลับได้ (irreversible dementia)
- โรคเอดส์ (AID - dementia complex)
- โรคพรีออน (prion)
- โรคความเสื่อมของระบบประสาท (neurodegenerative disease)
- ภาวะสมองขาดออกซิเจน (post - anoxic encephalopathy)
ปัจจุบันในประเทศไทยได้มีการสร้างแบบคัดกรอง (screening test) ขึ้น เพื่อใช้ในการวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อมในคนไทย ที่เหมาะสมกับระดับการศึกษาวัฒนธรรมประเพณีไทย เรียกว่า TMSE (Thai Mental State Examination) ซึ่งมีคะแนนการทดสอบรวม ๓๐ คะแนน เกี่ยวกับด้านต่างๆ รวม ๖ ด้าน คือ
๑. Orientation ๖ คะแนน
๒. Registration ๓ คะแนน
๓. Attention ๕ คะแนน
๔. Calculation ๓ คะแนน
๕. Language and abstract thinking ๑๐ คะแนน
๖. Recall ๓ คะแนน
รายละเอียดของแบบทดสอบ
มีแสดงดังต่อไปนี้
๑. Orientation (๖ คะแนน)
(๑) วันนี้ วันอะไรของสัปดาห์ (จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ฯลฯ)
(๑) วันนี้ วันที่เท่าไร
(๑) เดือนนี้ เดือนอะไร
(๑) ขณะนี้เป็นช่วง (ตอน) ไหนของวัน (เช้า เที่ยง บ่าย เย็น)
(๑) ที่นี่ที่ไหน (บริเวณที่ตรวจ)
(๑) คนที่เห็นในภาพนี้มีอาชีพอะไร (ภาพนางพยาบาล)
๒. Registration (๓ คะแนน)
(๑) ผู้ทดสอบบอกชื่อของ ๓ อย่าง โดยพูดห่างกันครั้งละ ๑ วินาที (ต้นไม้ รถยนต์ มือ) เพียงครั้งเดียว แล้วจึงให้ผู้ถูกทดสอบ บอกให้ครบ ตามที่ผู้ทดสอบบอกในครั้งแรก ให้ ๑ คะแนน ในแต่ละคำตอบที่ตอบถูก
หมายเหตุ หลังจากให้คะแนนแล้วให้บอกซ้ำ จนผู้ถูกทดสอบจำได้ทั้ง ๓ อย่าง และบอกให้ผู้ถูกทดสอบทราบว่า สักครู่จะกลับมาถามใหม่

นักจิตวิทยาให้ผู้สูงอายุทำแบบทดสอบ TMSE เพื่อวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อม
๓. Attention (๕ คะแนน)
ให้บอกวันอาทิตย์ - วันเสาร์ ย้อนหลังให้ครบสัปดาห์ (ให้ตอบซ้ำได้ ๑ ครั้ง)
(๑) ศุกร์
(๑) พฤหัสบดี
(๑) พุธ
(๑) อังคาร
(๑) จันทร์
๔. Calculation (๓ คะแนน)
ให้คำนวณ ๑๐๐-๗ ไปเรื่อยๆ ๓ ครั้ง (ให้ ๑ คะแนน ในแต่ละครั้งที่ตอบถูกใช้เวลาคิดในแต่ละช่วงคำตอบ ไม่เกิน ๑ นาที หลังจากจบคำถาม) ถ้าผู้ถูกทดสอบไม่ตอบคำถามที่ ๑ ให้ตั้งเลข ๙๓-๗ ลองทำในการคำนวณครั้งต่อไป และ ๘๖-๗ ในครั้งสุดท้าย
(๑) ๑๐๐ - ๗
(๑) ..... - ๗
(๑) ..... - ๗
๕. Language (๑๐ คะแนน)
(๑) ผู้ทดสอบชี้ไปที่นาฬิกาข้อมือ แล้วถามผู้ถูกทดสอบว่าโดยทั่วไป "เราเรียกสิ่งนี้ว่าอะไร" (นาฬิกา)
(๑) ผู้ทดสอบชี้ไปที่เสื้อของตนเองแล้วถามผู้ถูกทดสอบว่าโดยทั่วไป "เราเรียกสิ่งนี้ว่าอะไร" (เสื้อ, ผ้า)
(๑) ผู้ทดสอบบอกผู้ถูกทดสอบว่า จงฟังประโยคต่อไปนี้ให้ดี แล้วจำไว้ จากนั้นให้พูดตาม "ยายพาหลานไปซื้อขนมที่ตลาด"
จงทำตามคำสั่งต่อไปนี้ (มี ๓ ขั้นตอนคำสั่ง) ให้ผู้ทดสอบพูดต่อกันไปให้ครบประโยคทั้ง ๓ ขั้นตอน ให้คะแนนขั้นตอนละ ๑ คะแนน
(๑) หยิบกระดาษด้วยมือขวา
(๑) พับกระดาษเป็นครึ่งแผ่น
(๑) แล้วส่งกระดาษให้ผู้ตรวจ
(๑) ให้ผู้ถูกทดสอบอ่านแล้วทำตาม "หลับตา" (ข้อความอยู่ด้านหลัง)
จงวาดภาพต่อไปนี้ให้เหมือนตัวอย่างมากที่สุดเท่าที่ท่านจะสามารถทำได้ (ภาพซึ่งเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส โดยมีรูปสามเหลี่ยมทับอยู่ด้านบน ให้ผู้ถูกทดสอบดูตัวอย่างตลอดเวลาที่วาด)
ตัวอย่างแบบทดสอบการวาดภาพของผู้ป่วยให้เหมือนภาพต้นแบบมากที่สุด เพื่อใช้วินิจฉัยโรคอัลไซเมอร์
(๑) กล้วยกับส้มเหมือนกัน คือ เป็นผลไม้
แมวกับสุนัขเหมือนกัน คือ ....... ................(เป็นสัตว์, เป็นสิ่งมีชีวิต)
๖. Recall (๓ คะแนน)
สิ่งของ ๓ อย่างที่บอกให้จำเมื่อสักครู่ มีอะไรบ้าง
(๑) ต้นไม้
(๑) รถยนต์
(๑) มือ
ในคนไทยสูงอายุ (อายุเกิน ๖๐ ปี) ทำการทดสอบ TMSE ได้คะแนนเฉลี่ย ๒๗ โดยมีค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ๒ คะแนน ดังนั้น ถ้าคนใดทำคะแนนในการทดสอบได้ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยลบกับ ๒ เท่าของค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน คือ ๒๓ คะแนน จะถือว่า มีความผิดปกติ และสงสัยว่า จะเป็นภาวะสมองเสื่อม จากนั้นจึงใช้การวินิจฉัยโรคต่อว่าเป็นโรคอัลไซเมอร์หรือไม่