เล่มที่ 31 สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ
ดาวหาง
เล่นเสียงเล่มที่ 31 สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ ดาวหาง
สามารถแชร์ได้ผ่าน :

            ในคืนที่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง ปราศจากแสงไฟฟ้าและแสงจันทร์รบกวน ไม่มีฝุ่นควันหรือเมฆบดบัง เราจะเห็นดาวเต็มฟ้า เป็นธรรมชาติที่ดูสวยงามยิ่งนัก มีทั้งดาวดวงที่สว่างมากๆ โดดเด่น ท่ามกลางดาวที่สว่างรองลงไปจำนวนมาก บางครั้ง ก็จะเห็นแสงวาบเคลื่อนที่เป็นทางยาวแล้วหายไป ซึ่งเรียกว่า ดาวตก หรือ ผีพุ่งไต้ ดาวตก หรือผีพุ่งไต้ เป็นปรากฏการณ์ ที่เกิดในบรรยากาศโลก แต่ดาวที่ส่องแสงระยิบระยับสวยงามทั้งหลายอยู่นอกโลกห่างไกลจากโลกมาก เราจึงเห็นเป็นจุดสว่างเล็กๆ ส่วนใหญ่เป็นดาวแบบเดียวกับดวงอาทิตย์ ซึ่งเราเรียกว่า ดาวฤกษ์ มีดาวที่เห็นด้วยตาเปล่า เป็นจุดสว่างค่อนข้างมากเพียง ๕ ดวง เท่านั้น ที่เป็น ดาวเคราะห์ แบบเดียวกับโลก ได้แก่ ดาวอังคาร ดาวพุธ ดาวพฤหัสบดี ดาวศุกร์ และดาวเสาร์ ซึ่งมนุษย์นำชื่อดาวเคราะห์เหล่านี้มาตั้งเป็นชื่อวันในสัปดาห์

            ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ ดาวตก หรือผีพุ่งไต้ มีให้เห็นทุกๆ คืน แต่นานๆ หลายปีต่อครั้งหนึ่ง ในเวลากลางคืนดังกล่าว เราอาจเห็นดาวที่ไม่เป็นจุดสว่าง หรือเป็นแสงแวบวับ แต่เป็นดาวที่แปลกประหลาดมาก เพราะเป็นดาวที่มีหาง อยู่ท่ามกลางดาวอื่น ดาวประหลาดนี้ คือ ดาวหาง ซึ่งมีลักษณะต่างๆ กัน บางดวงมีหางยาวคล้ายไม้เรียว บางดวงคล้ายพัด หรือคล้ายไม้กวาด ดาวหางที่เห็นด้วยตาเปล่าชัดเจนมักจะเห็นในเวลาหัวค่ำทางทิศตะวันตกหรือตอนเช้าตรู่ทางทิศตะวันออก เช่น ดาวหางอิเคยา-เซกิ ที่เห็นตอนเช้าตรู่ทางทิศตะวันออก เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๘ เป็นดาวหางที่ชาวญี่ปุ่นชื่อ อิเคยา และ เซกิ เป็นผู้ค้นพบ


'

            ดาวหางจะมีชื่อตามชื่อผู้ค้นพบดาวหางกับดาวเคราะห์มีลักษณะเหมือนกันอยู่ ๒ อย่าง คือ ไม่มีแสงในตัวเอง แต่เห็นได้ เพราะสะท้อนแสงอาทิตย์อย่างหนึ่ง และเคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์อีกอย่างหนึ่ง ดาวเคราะห์เคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์ เกือบเป็นวงกลมแต่ดาวหางเคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์เป็นวงรีมาก เมื่อเคลื่อนที่เข้าใกล้ดวงอาทิตย์จึงจะเห็นว่ามีหาง ถ้าอยู่ไกล จะมองไม่เห็นเพราะยังไม่มีหาง เนื่องจากเป็นเพียงก้อนของแข็งเล็กๆ ซึ่งอาจจะไม่กลมเหมือนโลก เช่น ดาวหางฮัลเลย์ มีส่วนที่เป็นของแข็งเหมือนหัวมันฝรั่ง กว้างประมาณ ๘ กิโลเมตร ยาวประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ดาวหางจึงมีขนาดเล็กมาก เมื่อเทียบกับโลก


            ดาวหางฮัลเลย์มีชื่อเสียงที่สุด เพราะเป็นดาวหางที่ปรากฏให้ชาวโลกได้เห็นทุกๆ ประมาณ ๗๖ ปี ตั้งแต่ก่อนคริสต์ศักราช เป็นต้นมา ครั้งสุดท้ายได้เข้ามาใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดเมื่อต้น พ.ศ. ๒๕๒๙ ก่อนหน้านี้ได้ปรากฏให้เห็นใน พ.ศ. ๒๔๕๓ อันเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต ดาวหางฮัลเลย์จะกลับมาปรากฏให้เห็นอีกครั้งใน พ.ศ. ๒๖๐๕

            อาริสโตเติล นักปราชญ์ชาวกรีกโบราณเชื่อว่า ดาวหางเกิดในบรรยากาศโลก จะนำความแห้งแล้งและภัยพิบัติมาสู่โลก เช่น การเกิดสงคราม การเสียชีวิตของบุคคลสำคัญในประเทศที่เห็นดาวหาง ความเชื่อนี้แพร่กระจายไปทั่วโลก ต่อมา นักดาราศาสตร์ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ดาวหางอยู่ในอวกาศนอกโลก อยู่ไกลจากโลกมาก ดาวหางไม่ใช่สาเหตุของความแห้งแล้งในโลก ดาวหางไม่ได้ทำให้เกิดสงคราม หรือการเสียชีวิตของบุคคลสำคัญ ความเชื่อร้ายๆ เกี่ยวกับดาวหางจึงไม่ถูกต้อง เพราะเป็นความเชื่อที่ไม่มีเหตุผลสนับสนุนทางด้านวิทยาศาสตร์ ดาวหางเป็นดาวที่สวยงาม แต่โอกาสจะเห็นมีได้น้อย จึงเป็นสิ่งมหัศจรรย์บนฟ้า เป็นดาวที่มีประโยชน์ต่อความเข้าใจเรื่องโลก และระบบสุริยะเป็นอย่างยิ่ง