การสำรวจแร่เหล็ก
การสำรวจแหล่งแร่และวัตถุดิบสามารถแบ่งออกได้เป็น ๓ ขั้นตอน โดยเรียงตามลำดับดังนี้
๑. การสำรวจธรณีวิทยาระยะไกล
วิธีการสำรวจธรณีวิทยาระยะไกล หมายถึง การศึกษาข้อมูลเบื้องต้นจากภาพถ่ายทางอากาศหรือภาพถ่ายดาวเทียม โดยใช้การแปลความหมายของลักษณะภูมิประเทศที่แตกต่างกัน บนภาพถ่ายทางอากาศหรือภาพถ่ายดาวเทียม จัดทำเป็นแผนที่โครงสร้างทางธรณีวิทยา ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดความเป็นไปได้ของขอบเขตการแผ่กระจายของแหล่งและวัตถุดิบ ในบริเวณที่ต้องการสำรวจ ทั้งนี้ จะเป็นส่วนช่วยในการวางแผนการสำรวจและตรวจสอบความเป็นไปได้ในภาคสนามต่อไป
การศึกษาข้อมูลเบื้องต้นจากภาพถ่ายดาวเทียม เป็นวิธีการสำรวจธรณีวิทยาระยะไกล
๒. การสำรวจธรณีวิทยาพื้นผิว
วิธีการสำรวจธรณีวิทยาพื้นผิว หมายถึง การตรวจสอบภาคสนาม โดยการศึกษาดินและหินที่โผล่ตามภูเขา ร่องห้วย บ่อน้ำ หรือพื้นผิว ที่มีการขุดเปิดหน้าดินออกไป เช่น ตัดถนน ขุดสระน้ำ ขุดไถที่ดินทำการเกษตร เก็บตัวอย่างดินและหิน เพื่อวิเคราะห์ และทดสอบสมบัติทางเคมีและฟิสิกส์ แล้วรวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาจัดทำเป็นแผนที่ธรณีวิทยาแสดงโครงสร้างทางธรณีวิทยา และขอบเขตการแผ่กระจายของชั้นดินและชั้นหิน รวมทั้งแหล่งแร่หรือแหล่งวัตถุดิบที่ต้องการ ทำให้สามารถคัดเลือกพื้นที่ศักยภาพ ที่มีโอกาสจะขุดพบแหล่งแร่หรือวัตถุดิบดังกล่าว และประเมินความเป็นไปได้เบื้องต้นสำหรับการเจาะตรวจสอบหรือขุดหลุมสำรวจ ในระดับความลึกจากผิวดิน เพื่อประเมินปริมาณสำรองและตรวจสอบคุณภาพในขั้นต่อไป
การศึกษาดินและหิน เพื่อเก็บตัวอย่าง เป็นวิธีการสำรวจธรณีวิทยาพื้นผิว
๓. การสำรวจธรณีวิทยาใต้ดิน
วิธีการสำรวจธรณีวิทยาใต้ดิน เป็นการสำรวจในขั้นรายละเอียดต่อเนื่องจากการสำรวจธรณีวิทยาพื้นผิว ซึ่งแบ่งออกได้เป็น ๓ วิธีดังนี้
๑) การขุดหลุมสำรวจและขุดร่องสำรวจ ใช้สำหรับแหล่งแร่ที่อยู่ไม่ลึกจากผิวดิน โดยการขุดด้วยแรงงานคนหรือรถขุด ที่ระดับความลึกตั้งแต่ ๑-๑๐ เมตร
การสำรวจทางธรณีฟิสิกส์ แบบวัดค่าความเข้มสนามแม่เหล็กโลก
๒) การสำรวจทางธรณีฟิสิกส์ โดยอาศัยหลักการที่ว่า ชั้นดินและชั้นหินที่แตกต่างกัน ย่อมมีสมบัติทางฟิสิกส์ที่แตกต่างกัน เช่น ค่าความต้านทานไฟฟ้า อัตราการสะท้อนกลับ หรือหักเหของคลื่นสั่นสะเทือน ความเป็นแม่เหล็ก และมวลความหนาแน่น ตัวอย่างเช่น เมื่อปล่อยกระแสไฟฟ้าหรือคลื่นสั่นสะเทือนผ่านลงไปในชั้นดิน และชั้นหิน ในระดับลึกจากผิวดิน ค่าความแตกต่างของความต้านทานไฟฟ้าที่จับวัดได้ หรืออัตราความเร็วของคลื่นสั่นสะเทือนที่สะท้อนกลับ หรือหักเหกลับขึ้นมา และสามารถจับวัดได้ ย่อมนำมาเป็นข้อมูลแปลความหมายหาโครงสร้างของชั้นดิน และชั้นหิน ที่อยู่ลึกจากผิวดิน ตลอดจนกำหนดขอบเขตการแผ่กระจายของชั้นดิน และชั้นหิน หรือแหล่งแร่ในแต่ละบริเวณได้ ซึ่งจำเป็นต้องเจาะตรวจสอบต่อไป ทั้งนี้ วิธีการสำรวจทางธรณีฟิสิกส์จะช่วยกำหนดตำแหน่งของหลุมเจาะ เพื่อเจาะตรวจสอบ และแสดงความต่อเนื่องของชั้นดิน ชั้นหิน หรือแหล่งแร่ที่เจาะพบระหว่างหลุมเจาะด้วย ปัจจุบันการประมวลผลด้วยข้อมูลที่ได้ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ สามารถจำลองรูปแบบโครงสร้างทางธรณีวิทยาของแหล่งแร่ได้ถูกต้อง และรวดเร็วมากขึ้น
๓) การเจาะสำรวจ เป็นการเจาะตรวจสอบคุณภาพและปริมาณสำรองของแหล่งแร่และวัตถุดิบในระดับลึกจากผิวดินด้วยกำลังคน หรือด้วยเครื่องเจาะชนิดต่างๆ ซึ่งมีอยู่ ๓ ระบบใหญ่คือ การเจาะแบบกระแทก การเจาะแบบหมุน และการเจาะแบบใช้น้ำดันตะกอน การเจาะสำรวจเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการสำรวจแร่ เพื่อประเมินปริมาณสำรองแหล่งแร่และวัตถุดิบว่า จะคุ้มค่าต่อการลงทุน เชิงเศรษฐกิจหรือไม่ เช่น ปริมาณสำรองแหล่งแร่มีน้อยเกินไปสำหรับการลงทุนทำเหมืองแร่ หรือแหล่งแร่อยู่ลึกเกินไป ทำให้ต้นทุนสูงในการลงทุนทำเหมืองแร่ ไม่คุ้มค่าสำหรับการลงทุน
การเจาะสำรวจ เพื่อตรวจสอบคุณภาพและปริมาณสำรองของแหล่งแร่เหล็ก