กรรมวิธีในการทำน้ำประปา แยกได้เป็นขั้นๆ ดังต่อไปนี้ ๑. การจัดหาน้ำดิบ น้ำดิบอาจหาได้โดยการสร้างอ่าง เก็บน้ำธรรมชาติขึ้น เพื่อใช้กักเก็บน้ำฝนที่ตกลงมาในบริเวณอ่าง เก็บน้ำ และจากลำน้ำ ที่ไหลลงอ่างเก็บน้ำ ในการสร้างเขื่อนกั้น น้ำปิดทางไหลของน้ำในแม่น้ำลำคลอง ก็จะทำให้เกิดอ่างเก็บน้ำ ขึ้นหน้าเขื่อน น้ำที่อยู่ในอ่างเก็บน้ำนี้ เราเรียกว่า น้ำดิบ ซึ่งยัง ใช้บริโภคไม่ได้ วิศวกรจะฝังท่อลอดใต้เขื่อนไว้ และโผล่ปากท่อไว้หน้าเขื่อน ภายในบริเวณอ่างเก็บน้ำ น้ำดิบจะไหลมาตามท่อนี้ แล้วถูกส่งผ่านไปยังโรงกรองน้ำ เพื่อทำน้ำประปาต่อไป | |
| |
ในกรณีที่มิอาจสร้างอ่างเก็บน้ำได้ ก็อาจใช้น้ำจากแม่น้ำ มาทำน้ำประปาได้ การนำน้ำจากแม่น้ำต้องเลือกที่ตั้ง ซึ่งควรจะอยู่ไกลจากปากแม่น้ำให้มาก ทั้งนี้เพื่อมิให้ความเค็มของน้ำทะเล ซึมผ่านไปถึงได้ และน้ำแม่น้ำในบริเวณนั้น ต้องไม่สกปรก (polluted) จนไม่อาจทำให้ใสสะอาดได้โดยวิธีธรรมดา โรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่บริเวณฝั่งแม่น้ำ ซึ่งผ่านน้ำเสีย ที่ใช้ในการอุตสาหกรรมลงสู่แม่น้ำโดยตรง ก็จะทำให้แม่น้ำสกปรกได้ง่าย อนึ่ง น้ำที่มาจากท่อระบายน้ำทิ้งซึ่งอยู่ ๒ ข้างบริเวณถนน ถ้าน้ำเสียดังกล่าวไหลไปสู่แม่น้ำ ก็จะทำให้แม่น้ำในบริเวณนั้นเสียได้เช่นกัน เมื่อเลือกที่ตั้งได้แล้ว ก็ทำการติดตั้งโรงสูบน้ำและขุดคลองประปาจากโรงสูบน้ำ มายังโรงกรองน้ำ | |
| |
ท่อน้ำประปาที่ออกจากโรงสูบน้ำของการประปา เป็นท่อ ขนาดใหญ่บางท่อมีเส้นผ่านศูนย์กลางโตถึง ๑ เมตร ท่อดังกล่าวนี้ เขาฝังไว้ข้างถนนจมลึกจากระดับถนนประมาณ ๑ - ๒ เมตร จากท่อใหญ่ก็มีท่อซอยซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กลง ตามลำดับ ท่อดังกล่าวนี้จะแยกเข้าตามถนนสายเล็กลงมาเข้า ตามซอย ตามตรอก | |
| บางตำบลของกรุงเทพมหานคร ได้น้ำประปามาจากการดูดน้ำบาดาล ที่อยู่ในชั้นของทราย ซึ่งเก็บน้ำได้ปริมาณมาก ดังนั้น บ่อบาดาลที่ขุดลึก ๑๕๐ - ๒๐๐ เมตร ก็จะได้น้ำบาดาลที่เป็น น้ำบริสุทธิ์ใสสะอาด แม้ว่าในบางครั้ง จะมีทรายละเอียดจำนวนเล็กน้อยเจือปนอยู่ แต่ก็ไม่มีเชื้อโรคปะปนอยู่ หลังจากที่ได้ตรวจดูคุณภาพของน้ำแล้ว ไม่พบสารหรือแร่ธาตุ ที่เป็นพิษต่อร่างกาย ละลายเจือปนอยู่ ก็จัดเป็นน้ำที่ใช้บริโภคได้ |
การประปากรุงเทพฯ และการประปาส่วนภูมิภาค ได้ขุด บ่อน้ำบาดาลตามจังหวัดต่างๆขึ้นปีละหลายสิบบ่อ เมื่อสูบน้ำบาดาลขึ้นมาแล้ว ก็จะส่งต่อเข้าในท่อประปาเลยทีเดียว บ่อน้ำ บาดาลดังกล่าวนี้ เมื่อได้สูบใช้ไปนานวันเข้า ปริมาณน้ำที่ได้ก็จะลดลง ทั้งนี้ เพราะมีทรายหลายขนาดถูกเครื่องสูบน้ำดูดติด กับน้ำเข้ามาด้วย ทรายเหล่านี้จะอุดรูตะแกรงที่รับน้ำ ทำให้ปริมาณน้ำที่สูบได้ลดน้อยลงทุกที ปกติทางการประปาจะใช้วิธีล้างตะแกรง ให้ทรายที่อุดรูหลุดออก โดยหยุดสูบน้ำขึ้น แล้วสูบน้ำที่ได้จากที่อื่น พ่นลงไปด้วยความดันสูง หรือมิฉะนั้นก็ใช้เป่าอากาศ กลับลงไปใต้ดิน เพื่อให้น้ำและลมที่เป่านี้เข้าไล่เม็ดทราย และสิ่งสกปรกที่อุดรูตะแกรงให้หลุดออกไป เมื่อดูดน้ำขึ้นมาใหม่ ก็จะได้น้ำที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นได้ | |
| |
เมื่อเราปลูกสร้างอาคารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องไปติดต่อ ขออนุญาตจากการประปา เพื่อให้ต่อท่อประปาแยกท่อใหญ่ มาเข้าบ้านเรา ในการต่อท่อประปาเข้าบ้าน การประปาจะติดตั้งมาตร วัดน้ำให้ด้วย สำหรับการต่อท่อน้ำ ซึ่งอยู่ภายในบ้านนั้น เป็นหน้าที่ของเจ้าของบ้านจะต้องทำการเดินท่อเอง |
เมื่อเราต่อท่อภายในบ้าน เข้ากับมาตรวัดน้ำ และเปิดประตูน้ำ (Valve) ให้น้ำไหลเข้าบ้านได้แล้ว น้ำจะไหลผ่านมาตรวัดน้ำ ทำให้เข็มหมุนชี้จำนวนปริมาณของน้ำ ที่ไหลผ่านมาตร การประปาได้ใช้มาตรวัดน้ำเป็นเครื่องชี้ สำหรับการเก็บเงินค่าใช้น้ำ ของแต่ละบ้าน |
|
เนื่องจากน้ำประปาที่การประปาจ่ายให้ประชาชนอาจมี ทรายละเอียดปนอยู่เล็กน้อย ทรายดังกล่าวนี้ เมื่อไหลผ่านมาตรวัดน้ำหลายๆ ครั้ง จะทำให้มาตรเกิดการสึกหรอ และทราย บางส่วนไปตกตะกอนหรือไปขัดในมาตร ทำให้เข็มมิอาจหมุนได้สะดวก มาตรวัดน้ำบางเครื่องจึงใช้ได้ไม่ทนทาน บางเครื่อง ใช้ได้เพียง ๒-๓ เดือนก็เสีย ต้องเปลี่ยนใหม่ หรือต้องนำไปล้าง และซ่อมให้ใช้ได้ ต่างประเทศบางแห่งเลิกใช้มาตรวัดน้ำกันแล้ว และเก็บค่าน้ำ โดยพิจารณาจากจำนวนผู้ใช้น้ำ ที่อาศัยอยู่ในบ้านเรือนแต่ละหลังนั้นเอง |