เล่มที่ 8
อุบัติเหตุและการปฐมพยาบาล
สามารถแชร์ได้ผ่าน :
ช็อก

            ช็อกหรืออาการอันหมายถึงสภาวะที่ร่างกายอ่อนเพลียหมดแรง จนทำให้ระบบการทำงานของหัวใจ การหายใจและการไหลเวียนของโลหิตผิดจากภาวะปกติ

            ผู้ป่วยมีอาการหน้าซีด ผิวหนังซีด หายใจเร็วและตื้นชีพจรเบาและเร็ว เหงื่อออกชุ่มทั่วตัว ผิวหนังเย็นและชื้น รูม่านตาขยายกว้าง ผู้ป่วยมีความรู้สึกอ่อนเพลีย กระหายน้ำ วิงเวียนหน้ามืด คลื่นเหียน และในที่สุดจะหมดสติไป

วิธีปฐมพยาบาล

            ให้ผู้ป่วยนอนหงาย จัดศีรษะต่ำกว่าเท้าเล็กน้อย อาจใช้สิ่งของหนุนเท้าทั้งสองข้าง คลุมตัวให้รับความอบอุ่น เพื่อให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น มีข้อยกเว้นในกรณีที่ต้องยกศีรษะให้สูงกว่าลำตัวคือ ผู้ที่มีการบาดเจ็บของศีรษะและสมองเป็นลมหน้าแดงจากความร้อนมากเกินไป เช่น กรำแดดหรือถูกความร้อนมาก ๆ หรือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณทรวงอก ทำให้หายใจลำบาก


การปฐมพยาบาลผู้ป่วยอาการช็อก โดยหนุนส่วนขาหรือเท้าให้สูงกว่าศีรษะ ประมาณ ๑๒ นิ้ว ห่มผ้าให้ร่างกายอบอุ่น แต่ไม่ให้ร้อนเกินไป

            ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้าหรือหมดสติไม่รู้สึกตัวควรให้นอนหงาย แต่ให้ใบหน้าตะแคงหันไปข้างใดข้างหนึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยสำลักเอาเลือด หรือเศษอาหาร น้ำมูกน้ำลายเข้าไปในหลอดลมหรือปอด

            ระหว่างที่รอแพทย์หรือรอส่งโรงพยาบาล ผู้ช่วยเหลืออาจทำการห้ามเลือด หรือใส่เฝือกชั่วคราวให้แก่ผู้ป่วยแล้วแต่กรณี หากมีบาดแผลรุนแรงก็ทำการปฐมพยาบาลไปเท่าที่เห็นสมควรตลอดจนทำการผายปอดหรือนวดหัวใจแล้วแต่ความรุนแรง

เป็นลมหมดสติ

            เป็นลมหมดสติ (fainting , syncope) หมายถึง อาการหมดสติชั่วคราว ความรุนแรงน้อยกว่าอาการ "ช็อก" มีสาเหตุมาจากเลือดที่ไหลเวียนนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองลดลงเพียงชั่วขณะหนึ่งอาการเป็นลมหมดสติเกิดได้ในผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ มองเห็นเลือด มองเห็นบาดแผล ร่างกายอ่อนเพลีย เช่น ยืนอยู่ที่นานๆ อยู่ในที่ร้อนจัดอากาศถ่ายเทไม่ดี อารมณ์เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน เช่น ดีใจ เสียใจ หรือตกใจสุดขีด คนบางคนมีแรงดันเลือดต่ำเป็นประจำอยู่แล้วทำให้เป็นลมได้ง่ายกว่าคนทั่วๆ ไป

            ผู้ป่วยมีความรู้สึกอ่อนเพลีย หน้ามืด เห็นจุดดำๆ ปรากฏในสายตา ใบหน้า และผิวหนังซีดเซียวลง ริมฝีปากเขียวคล้ำ เหงื่อออกเป็นเม็ดโตๆ บนหน้าผาก หายใจตื้นๆ ชีพจรเต็นเร็วและเบา ผู้ป่วยทรงตัวไม่ได้ มักล้มพับลงกับพื้นหรือสิ่งใกล้เคียง

วิธีปฐมพยาบาล

            ถ้าผู้ป่วยหน้ามืดวิงเวียน ให้นำผู้ป่วยนอนหงายศีรษะต่ำกว่าลำตัวเล็กน้อย แต่พอรู้สึกตัว ให้นำมานั่งลงกับพื้น ให้ชันเข่าและก้มศีรษะให้หายใจเข้าออกลึกๆ หรือให้ดมแอมโมเนีย

            เป็นลมหมดสติเนื่องจากความร้อน

            เป็นลมหมดสติเพราะกรำแดดหรืออยู่ในที่มีความร้อนจัดอากาศถ่ายเทไม่ดี ทำให้เกิดอาการได้ ๒ รูปแบบ คือ

            ๑. อาการเป็นลมหน้าแดง หรือภาษาการแพทย์เรียกว่า "อาการสิ้นสติจากความร้อน หรือแสงแดด" (heatstrode หรือ sunstroke)

            ๒. อาการเป็นลมหน้าซีด หรือภาษาการแพทย์เรียกว่า "อาการสิ้นแรงจากความร้อน" หรือ "ตะคริวจากความร้อน" (heat exhaustoin หรือ (heat cramps)

อาการเป็นลมหน้าแดงเนื่องจากความร้อน

            เป็นการตอบสนองต่อความร้อนของร่างกาย อย่างรุนแรงที่สุด กลไกในสมองที่เป็นศูนย์กลางควบคุมการถ่ายเทความร้อนออกจากร่างกายไม่ทำหน้าที่ตามปกติ อุณหภูมิของร่างกายขยับขึ้นสูงจนถึง ๑๐๕ ถึง ๑๑๐ องศาฟาห์เรนไฮต์ โดยผู้ป่วยไม่มีเหงื่อออกจากผิวหนังเลย ทำให้ความร้อนสะสมไว้ในร่างกายเป็นจำนวนมาก ผู้ป่วยมีใบหน้า และผิวหนังเป็นสีแดงร้อนผ่าว ก่อนปรากฏอาการผู้ป่วยมักอยู่กลางแดด หรือทำงานในที่ร้อนจัดเป็นเวลานาน มีอาการนำคือ ปวดศีรษะ คลื่นเหียน อาเจียน วิงเวียน อ่อนเพลีย และเป็นลมหมดสติไปในที่สุด ผู้ป่วยหายใจเร็วและลึก ชีพจรเร็วและแรงอาจมีอาการชักกระตุกตามมา อาการเป็นลมหน้าแดงนี้ ทำให้ร่างกายของผู้ป่วยพิการบางคนเสียชีวิตได้ จึงควรให้การช่วยเหลือโดยเร็วและถูกวิธี

วิธีปฐมพยาบาล

            ๑. ควรพยายามลดอุณหภูมิของร่างกายให้เร็วที่สุด โดยนำผู้ป่วยมาสู่ที่อากาศเย็นกว่า ถอดเสื้อผ้าของผู้ป่วยให้เหลือน้อย ให้นอนหงาย ศีรษะและไหล่ให้สูงกว่าลำตัวเล็กน้อย ทำให้ลำตัวเย็นลงโดยราดน้ำเย็นหรือเช็ดตัวด้วยน้ำเย็น โดยเฉพาะบริเวณศีรษะควรให้เย็นลงเร็วที่สุด

            ๒. เมื่อผู้ป่วยฟื้นคืนสติ ให้ดื่มน้ำเย็น ห้ามให้น้ำชากาแฟ หรือสุรา อย่างให้ดื่มน้ำร้อน

            ๓. หากอาการไม่ดีขึ้น ให้รีบนำส่งแพทย์ ขณะเดินทางให้เช็ดตัวด้วยน้ำเย็นตลอดเวลา

อาการเป็นลมหน้าซีดเนื่องจากความร้อน

            เกิดจากผู้ป่วยได้รับความร้อนและเสียเหงื่อจากร่างกายจำนวนมากเป็นเวลานานๆ ทำให้ร่างกายขาดทั้งเกลือแร่และน้ำจากเหงื่อที่สูญไป ปริมาณของเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดต่างๆ ของร่างกายลดลง ทำให้ผู้ป่วยอ่อนเพลีย หมดแรงและเป็นลมสิ้นสติไป ผู้ป่วยประเภทนี้ปลุกให้ตื่นได้ง่าย อุณหภูมิของร่างกายมักอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือบางครั้งต่ำกว่าปกติ เช่น ต่ำถึง ๙๗ องศาฟาห์เรนไฮต์ ชีพจรอ่อนและเร็ว ใบหน้าและผิวหนังซีดเซียว เย็นและชุ่มเหงื่อ มักเป็นตะคริวของกล้ามเนื้อหน้าท้องและแขนขา

วิธีปฐมพยาบาล

            ๑. ให้นำผู้ป่วยออกสู่ที่ร่มเย็น แต่อย่าให้ลมโกรกเพราะอาจหนาวสั่น คลายเครื่องแต่งตัวให้หลวม ห่มผ้าให้ร่างกายอบอุ่นพอควร ให้นอนศีรษะต่ำกว่าลำตัว

            ๒. ถ้ามีตะคริวของกล้ามเนื้อ ให้ประคบด้วยความร้อนหรือนวดเฟ้นด้วยมือ

            ๓. เมื่อผู้ป่วยรู้สึกตัว ให้ดื่มน้ำอุ่นมากๆ ควรจำไว้ว่าน้ำเปล่าหนึ่งขวดเหล้ากลมจุประมาณ ๗๕๐ ซี.ซี. และควรเติมเกลือแกงลงไป ครึ่งช้อนชา เพื่อชดเชยเกลือที่เสียไปจากร่างกาย

            ๔. อาจให้ผู้ป่วยดื่มน้ำชา หรือกาแฟอุ่นๆ เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจสูบฉีดเลือดดีขึ้น